ไฟไหม้โรงงานพลาสติกสมุทรปราการ ควันดำปกคลุม พนง.หนีตายวุ่น
ไฟไหม้โรงงานพลาสติกสมุทรปราการ ควันดำปกคลุม พนง.หนีตายวุ่น

เกิดเหตุเพลิงไหม้โรงงานพลาสติกในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อเวลาประมาณ 14.30 น. วันที่ 15 มกราคม 2568 ส่งผลให้กลุ่มควันดำหนาทึบลอยปกคลุมบริเวณกว้าง พนักงานภายในโรงงานกว่า 50 คนต้องวิ่งหนีตายออกจากอาคารอย่างโกลาหล

จุดเริ่มต้นเพลิงไหม้และการอพยพ

เจ้าหน้าที่สถานีตำรวจภูธรพระประแดงได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้โรงงานพลาสติก ตั้งอยู่บนถนนสุขสวัสดิ์ ตำบลบางครุ อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ โดยเพลิงได้ลุกไหม้อย่างรุนแรงภายในอาคารเก็บวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์พลาสติก เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากเทศบาลนครสมุทรปราการและหน่วยงานใกล้เคียงรวมกว่า 10 คัน ระดมกำลังฉีดน้ำสกัดเพลิง

นายสมชาย (สงวนนามสกุล) พนักงานโรงงาน กล่าวว่า “ตอนเกิดเหตุได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นจากชั้นล่าง ตามด้วยกลุ่มควันดำจำนวนมาก พวกเรากรีดร้องและวิ่งหนีกันจ้าละหวั่น บางคนไม่ทันได้หยิบของมีค่า” เหตุการณ์นี้ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตในเบื้องต้น

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ความเสียหายและการควบคุมเพลิง

เพลิงได้ลุกลามไปยังส่วนอื่นของโรงงานอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีวัตถุดิบพลาสติกและสารเคมีไวไฟจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมงจึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ในเวลาประมาณ 16.45 น. ความเสียหายเบื้องต้นคาดว่ามูลค่าหลายล้านบาท โดยอาคารเก็บวัตถุดิบถูกเผาไหม้จนหมดเกลี้ยง

นายอำนาจ เมืองสุข ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสมุทรปราการ เปิดเผยว่า “สาเหตุเพลิงไหม้ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนของพนักงานสอบสวนและกองพิสูจน์หลักฐาน แต่เบื้องต้นคาดว่าอาจเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรหรือความร้อนสะสมในกองพลาสติก” ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้อพยพพนักงานทั้งหมดออกจากพื้นที่อย่างปลอดภัย

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม

กลุ่มควันดำที่ลอยสูงขึ้นไปในอากาศส่งผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบ โดยเฉพาะหมู่บ้านจัดสรรและโรงเรียนที่อยู่ใกล้เคียง ชาวบ้านในรัศมี 1 กิโลเมตรได้รับกลิ่นไหม้และระคายเคืองตา ทางการได้ประกาศเตือนให้ประชาชนปิดประตูหน้าต่างและสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันการสูดดมควันพิษ

นางสาวรัตนา (สงวนนามสกุล) ชาวบ้านในพื้นที่ กล่าวว่า “ตอนแรกเห็นควันดำลอยมาแต่ไกล ตกใจมากเพราะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ต่อมามีกลิ่นไหม้เหม็นคลุ้ง ทำให้ต้องรีบพาลูกหลานเข้าไปในบ้าน” เจ้าหน้าที่สิ่งแวดล้อมกำลังตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่เพื่อประเมินความปลอดภัย

บทเรียนจากเหตุการณ์

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงของโรงงานที่เกี่ยวข้องกับวัสดุไวไฟ โดยเฉพาะในเขตชุมชนหนาแน่น ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยเรียกร้องให้มีการตรวจสอบระบบป้องกันอัคคีภัยและแผนอพยพอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันเหตุซ้ำรอย