เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ร่วมกับตำรวจภูธรภาค 5 ได้ทำการบุกเข้าตรวจค้นเป้าหมายในพื้นที่จังหวัดเชียงราย และสามารถจับกุมผู้ต้องหาค้ายาเสพติดรายใหญ่ได้ 3 ราย พร้อมของกลางยาบ้ากว่า 500,000 เม็ด และทรัพย์สินอื่นๆ รวมมูลค่ากว่า 150 ล้านบาท
รายละเอียดการจับกุม
การปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเบาะแสจากประชาชนว่ามีการลักลอบจำหน่ายยาเสพติดในพื้นที่ โดยมีการใช้บ้านพักในตำบลรอบเวียงเป็นที่เก็บซุกซ่อนยาเสพติด หลังจากสืบสวนจนทราบแน่ชัด เจ้าหน้าที่จึงได้ขอหมายค้นจากศาลจังหวัดเชียงราย และเข้าตรวจค้นในเวลาประมาณ 19.00 น. ของวันที่ 15 พฤษภาคม 2567
ในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบผู้ต้องหาชาย 3 คน กำลังบรรจุยาบ้าใส่ถุงพลาสติกเพื่อเตรียมส่งมอบให้ลูกค้า โดยของกลางประกอบด้วยยาบ้าจำนวน 500,500 เม็ด บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกสีดำ จำนวน 10 ถุง ถุงละประมาณ 50,000 เม็ด นอกจากนี้ยังพบเงินสดจำนวน 2 ล้านบาท รถยนต์ 2 คัน และโทรศัพท์มือถืออีก 5 เครื่อง
การสอบสวนเบื้องต้น
จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งสามให้การรับสารภาพว่าเป็นเครือข่ายค้ายาเสพติดที่รับยาบ้ามาจากเพื่อนบ้านชายแดนทางภาคเหนือ โดยจะนำมาพักไว้ที่บ้านหลังดังกล่าวก่อนกระจายไปยังลูกค้าในพื้นที่ต่างๆ ของภาคเหนือและภาคกลาง โดยดำเนินการมาเป็นเวลาประมาณ 2 ปี
เจ้าหน้าที่ระบุว่าเครือข่ายนี้มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มค้ายาเสพติดข้ามชาติ และกำลังขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงินและผู้ร่วมขบวนการเพิ่มเติม คาดว่าจะสามารถจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มเติมได้อีก
ผลกระทบต่อสังคม
การจับกุมครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญในการปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงยาเสพติดที่สำคัญ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการยึดทรัพย์สินทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับคดี เพื่อตัดวงจรการค้ายาเสพติดอย่างเด็ดขาด
ด้านนายอำเภอเมืองเชียงรายกล่าวว่า การแพร่ระบาดของยาเสพติดเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อเยาวชนและสังคมโดยรวม ทางอำเภอจะร่วมมือกับตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการป้องกันและปราบปรามอย่างต่อเนื่อง



