"คปท." บุกสภายื่นฝ่ายค้าน เร่งประธานสภาส่งศาลฎีกาตั้งคณะไต่สวน ป.ป.ช. ปมยกคำร้อง "ศักดิ์สยาม"
คปท.บุกสภายื่นฝ่ายค้านเร่งปธ.สภาส่งศาลฎีกาตั้งคณะไต่สวนป.ป.ช.

เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2568 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์, พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย และนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคไทยภักดี ร่วมรับยื่นหนังสือจากนายพิชิต ไชยมงคล แกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.)

คปท. เร่งฝ่ายค้านดำเนินการ

นายพิชิตกล่าวว่า การยื่นหนังสือในวันนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้สมาชิกรัฐสภาเร่งดำเนินการยื่นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อส่งต่อไปยังศาลฎีกา ในกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติยกคำร้องนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในข้อหาซุกหุ้น ซึ่งการกระทำดังกล่าวเท่ากับเป็นการทำลายคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ส่งผลให้สังคมเกิดความเคลือบแคลงสงสัยในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช.

ทั้งนี้ การใช้กลไกของสภาผู้แทนราษฎรในการตรวจสอบการทำงานของคณะกรรมการ ป.ป.ช. เป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด โดยสมาชิกรัฐสภาสามารถลงชื่อเพื่อยื่นให้ประธานสภาส่งต่อไปยังศาลฎีกา เพื่อตั้งองค์คณะไต่สวนอิสระในการทำงานของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ เนื่องจากกรณีของนายศักดิ์สยามเป็นที่สนใจของสังคมอย่างกว้างขวาง เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยที่ละเอียดถึงกว่า 50 หน้า แต่กลับเกิดกระบวนการที่สังคมตั้งคำถามพร้อมกัน

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

เมื่อทราบว่าฝ่ายค้านเตรียมยื่นคำร้องนี้ต่อศาลฎีกา คปท. จึงได้เข้ามาทำหน้าที่เร่งรัดให้ฝ่ายค้านรีบดำเนินการโดยเร็ว

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

นพ.วาโย ชี้ ป.ป.ช. ทำตัวเป็นผู้พิพากษา

นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงความคืบหน้าในการจัดทำคำร้องฉบับดังกล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลและจัดทำคำร้อง ซึ่งอาจต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง โดยเบื้องต้นตั้งใจจะยื่นภายในสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้ แต่เมื่อประชาชนให้ความสนใจในประเด็นนี้มากขึ้น และได้ส่งข้อมูลข้อเท็จจริงเข้ามาเป็นจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องนำข้อเท็จจริงเหล่านั้นมาประกอบในคำร้องให้ครบถ้วน คาดว่าทุกอย่างจะเสร็จเรียบร้อยและสามารถยื่นต่อประธานรัฐสภาได้ในช่วงต้นเดือนมิถุนายนนี้

ข้อเท็จจริงที่ได้รับมาเป็นข้อเท็จจริงที่มีข้อยุติแล้ว รวมถึงข้อเท็จจริงที่ปรากฏในกระบวนการไต่สวนของ ป.ป.ช. เอง และระยะเวลาที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ใช้ในการพิจารณาคำร้องนี้ นพ.วาโยยืนยันหลักการว่า ป.ป.ช. ไม่ได้มีหน้าที่พิพากษาหรือวินิจฉัยคดี แต่เป็นหน้าที่ของศาล ป.ป.ช. มีหน้าที่เป็นเพียงเจ้าพนักงานสอบสวนเท่านั้น หน้าที่หลักคือการไต่สวนหามูลความจริงแล้วนำส่งศาล

“จากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ วิญญูชนก็คาดหมายได้ว่ามีมูล ดังนั้นเมื่อข้อเท็จจริงมีมูล ป.ป.ช. ก็ควรที่จะส่งสิ่งที่มีมูลนี้เข้าสู่ศาล ให้ศาลได้เป็นผู้วินิจฉัย เพราะ ป.ป.ช. ไม่สามารถที่จะเป็นผู้พิพากษาได้ แต่ ป.ป.ช. สามารถเป็นผู้พิพากษาได้ในกรณีที่ไม่ส่ง คือ การยกฟ้อง” นพ.วาโยกล่าว

นพ.วาโยยังกล่าวถึงกรณีการยกคำร้องใหม่ในประเด็นที่ให้ประธานสภาส่งศาลฎีกาตั้งคณะกรรมการไต่สวนคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในกรณีคลิปเสียงของนายวันมูฮัมหมัดนอร์ มะทา อดีตประธานรัฐสภา ซึ่งก่อนหน้านี้เคยยื่นไปในสมัยประชุมที่แล้ว แต่นายวันมูหะมัดนอร์ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานคณะดังกล่าวได้ปัดตกก่อนยุบสภา ขณะนี้อยู่ระหว่างการยกคำร้องประกอบกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นใหม่ เพื่อให้ประธานรัฐสภาคนใหม่ได้วินิจฉัย

พรรคร่วมฝ่ายค้านพร้อมสนับสนุน

ด้านนายสาทิตย์กล่าวขอบคุณ คปท. ที่ได้ทำหน้าที่ของประชาชนผู้ต้องรักษาประโยชน์ของแผ่นดิน พร้อมยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ได้ติดตามเรื่องนี้มาโดยตลอด หลังจากนี้พรรคประชาธิปัตย์จะยื่นคำร้องแยกตามกฎหมาย ป.ป.ช. เพื่อให้ ป.ป.ช. พิจารณาในประเด็นที่ยังไม่ได้วินิจฉัยในกรณีนายศักดิ์สยามเพิ่มเติมด้วย

นอกจากนี้ คปท. ยังได้ยื่นให้ติดตามการเรียกเก็บภาษีหุ้นชินคอร์ปของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ติดตามเรื่องนี้อยู่แล้ว

ขณะที่นพ.วรงค์กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นปัญหาที่เราจะพิทักษ์ผลประโยชน์ของชาติ ซึ่งในวิปฝ่ายค้านเห็นตรงกันว่าจะต้องขับเคลื่อนเรื่องนี้ต่อไป

ด้านพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า ตนก็จะสนับสนุนเรื่องนี้เท่าที่ทำได้ แต่มีแค่เสียงเดียว ซึ่งตนก็มีเรื่องที่อยากจะทำอยู่คือคดีเขากระโดงที่เป็นสมบัติระดับชาติที่ต้องรักษาไว้ จึงอยากให้ทางฝั่งพรรคประชาชนสนับสนุนกรณีนี้ด้วย

ทั้งนี้นายณัฐพงษ์ยืนยันว่าไม่ได้ติดขัดที่จะใช้อำนาจของสมาชิกรัฐสภาในการตรวจสอบองค์กรอิสระซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ เชื่อว่าตราบใดที่เป็นผลประโยชน์ของประเทศเราก็คบกันได้เสมอ แต่ในเรื่องจุดยืนบางอย่าง เช่น การระมัดระวังในการขยายอำนาจขององค์กรอิสระที่ล้ำเขตแดนตัวแทนของประชาชน ซึ่งเรื่องนี้พรรคประชาชนก็ระวังเสมอ