เจ้าหน้าที่ กปน. พะเยา พยายามหย่อนบัตรเลือกตั้ง 14 ใบ ตร.แจ้งข้อหา ม.157-ทำลายบัตร
เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 ตำรวจเมืองพะเยาได้ดำเนินการแจ้งข้อหาต่อเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) จากหน่วยที่ 6 เขตที่ 1 จังหวัดพะเยา ในความผิด มาตรา 157 ฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่ และ มาตรา 23 ตาม พ.ร.บ.เลือกตั้ง ฐานทำลายบัตรเลือกตั้ง หลังพยายามหย่อนบัตรลงหีบเลือกตั้งจำนวน 14 ใบ โดยขณะนี้ได้ส่งสำนวนให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) พิจารณาดำเนินคดีเพิ่มเติม
เหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงเที่ยงวัน ขณะเจ้าหน้าที่อื่นพักอาหาร
จากรายงานข่าว เจ้าหน้าที่ กปน. รายดังกล่าวได้ฉีกบัตรเลือกตั้งทั้งแบบบัญชีรายชื่อและแบบแบ่งเขต รวมกันกว่า 14 ใบ แล้วกาให้กับพรรคการเมืองเบอร์ 46 ก่อนอาศัยช่วงเวลาที่เจ้าหน้าที่อื่นสลับสับเปลี่ยนกันพักรับประทานอาหารกลางวัน นำบัตรไปหย่อนลงหีบเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม ประธานประจำหน่วยเลือกตั้ง ได้สังเกตเห็นความผิดปกติและสามารถควบคุมตัวไว้ได้ทัน ก่อนที่บัตรจะถูกหย่อนลงหีบ
พ.ต.อ. เฉลิมชาติ ยาวิชัย ผู้กำกับการ สภ.เมืองพะเยา เปิดเผยว่า ได้สอบปากคำพยานไปแล้ว 11 ปาก โดยทุกคนให้การไปในทิศทางเดียวกันว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงเที่ยงวัน ขณะที่มีเจ้าหน้าที่รายอื่นพักอาหาร แต่ยังมีเจ้าหน้าที่ที่ให้บริการประชาชนอยู่ และประธานประจำหน่วยเลือกตั้งเป็นผู้พบเห็นความผิดปกติ
ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธในชั้นสอบสวน ขอให้การในชั้นศาล
ด้านคำให้การของเจ้าหน้าที่ กปน. ผู้ต้องหา ในตอนแรกยอมรับว่าทำเองโดยอ้างสาเหตุจากความชื่นชอบพรรคการเมืองเบอร์ 46 แต่เมื่อเข้าสู่ชั้นสอบสวนกลับมีการปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และจะขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น ซึ่งตำรวจยอมรับว่าเป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหา แต่จะสืบสวนหาพยานหลักฐานต่อไปอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า ทีมข่าวได้พบกับหนึ่งในคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง แต่เจ้าตัวขอไม่ให้ข้อมูลใดๆ โดยอ้างเพียงว่ามาให้ข้อมูลคดียาเสพติดเท่านั้น
ส่งสำนวน ปปช. เนื่องจากเป็นบุคคลทำงานให้ภาครัฐ
ตำรวจระบุว่า เจ้าหน้าที่รายนี้แม้จะเป็นชาวบ้านธรรมดา แต่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น กปน. ซึ่งถือว่าเป็นบุคคลที่ทำงานให้กับภาครัฐ จึงเข้าข่ายความผิดมาตรา 157 ฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่ โดยได้รวบรวมสำนวนส่งไปยัง ปปช. เพื่อดำเนินคดีทางวินัยและอาญาต่อไป
สำหรับคดีในส่วนของโรงพัก ตำรวจได้แจ้งข้อหาตามมาตรา 23 ตาม พ.ร.บ.เลือกตั้ง ฐานทำลายบัตรเลือกตั้ง ซึ่งเป็นความผิดที่อาจมีโทษทางอาญาอย่างรุนแรง กระบวนการสอบสวนยังคงดำเนินการอย่างเข้มข้นเพื่อหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติม