ย้อนรอยเหตุการณ์อลเวงการเมือง 'คะแนนเขย่ง' นำสู่ปฏิบัติการนับคะแนนใหม่ 47 หน่วย
ในประวัติศาสตร์การเลือกตั้งไทย ความวุ่นวายมักเกิดจากความคลุมเครือของผลคะแนน โดยเฉพาะกรณี 'คะแนนเขย่ง' ที่กลายเป็นชนวนสำคัญในการสั่งนับคะแนนใหม่ 47 หน่วยในการเลือกตั้งปี 2566 เพื่อจัดการกับปัญหาความโปร่งใสก่อนประกาศผล สส. อย่างเป็นทางการในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569
บทเรียนจากอดีต: กรณีนครปฐมปี 2562
การเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 24 มีนาคม 2562 ภายใต้ระบบจัดสรรปันส่วนผสม ทำให้ทุกคะแนนมีค่าต่อการคำนวณ สส. แบบบัญชีรายชื่อ เหตุการณ์ที่ จังหวัดนครปฐม เขต 1 กลายเป็นบทเรียนชัดเจน เมื่อผู้สมัครพรรคอนาคตใหม่ยื่นคำร้องขอให้นับคะแนนใหม่หลังพบความผิดปกติ การนับครั้งแรกและครั้งหลังให้ผลพลิกไปมา จากที่พรรคประชาธิปัตย์ชนะตอนแรก กลายเป็นพรรคอนาคตใหม่ชนะ 4 คะแนนในการประกาศไม่เป็นทางการ แต่สุดท้ายพรรคประชาธิปัตย์กลับมาชนะด้วยคะแนนเพียง 4 คะแนนในผลทางการ ความสับสนนี้สะท้อนว่า หากระบบจัดการไม่มีมาตรฐาน ความเชื่อมั่นประชาชนย่อมสั่นคลอน
ปัญหาซ้ำรอย: การเลือกตั้งปี 2566
ในปี 2566 ปัญหาเดิมกลับมาอีกครั้ง เมื่อ กกต. มีมติสั่งให้นับคะแนนใหม่ใน 31 หน่วยเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ และ 16 หน่วยเลือกตั้งแบบแบ่งเขต รวม 47 หน่วย จากกว่า 95,000 หน่วยทั่วประเทศ สาเหตุหลักคือ 'คะแนนเขย่ง' ซึ่งหมายถึงจำนวนผู้มาใช้สิทธิและบัตรเลือกตั้งตรงกัน แต่ผลคะแนนสรุปไม่ตรงกัน กกต. มองว่าความผิดพลาดนี้อาจส่งผลต่อลำดับผู้ได้รับเลือกตั้งและคะแนนพรรค จึงสั่งให้นับใหม่ในวันอาทิตย์ที่ 11 มิถุนายน 2566 ใน 16 จังหวัด เพื่อให้ทันรับรองผลภายในเดือนมิถุนายน
- กรุงเทพมหานคร: แบบแบ่งเขต 3 หน่วย, แบบบัญชีรายชื่อ 3 หน่วย
- ชลบุรี: แบบแบ่งเขต 1 หน่วย, แบบบัญชีรายชื่อ 1 หน่วย
- ชุมพร: แบบแบ่งเขต 1 หน่วย, แบบบัญชีรายชื่อ 2 หน่วย
- ตรัง: แบบแบ่งเขต 3 หน่วย, แบบบัญชีรายชื่อ 3 หน่วย
- ประจวบคีรีขันธ์: แบบแบ่งเขต 1 หน่วย, แบบบัญชีรายชื่อ 6 หน่วย
- ลพบุรี: แบบแบ่งเขต 1 หน่วย, แบบบัญชีรายชื่อ 7 หน่วย
- สมุทรสาคร: แบบแบ่งเขต 1 หน่วย, แบบบัญชีรายชื่อ 1 หน่วย
- นครนายก: แบบแบ่งเขต 1 หน่วย
- แพร่: แบบแบ่งเขต 1 หน่วย
- สระบุรี: แบบแบ่งเขต 2 หน่วย
- สุโขทัย: แบบแบ่งเขต 1 หน่วย
- กาญจนบุรี: แบบบัญชีรายชื่อ 2 หน่วย
- ฉะเชิงเทรา: แบบบัญชีรายชื่อ 1 หน่วย
- พังงา: แบบบัญชีรายชื่อ 2 หน่วย
- เพชรบุรี: แบบบัญชีรายชื่อ 1 หน่วย
- หนองคาย: แบบบัญชีรายชื่อ 2 หน่วย
เหตุการณ์ล่าสุด: ชลบุรีและจันทบุรีเดือด
ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 บรรยากาศการเลือกตั้งและประชามติกลับมาดุเดือดอีกครั้ง ที่ จังหวัดชลบุรี เขต 1 เกิดเหตุชุลมุนเมื่อชาวบ้านและตัวแทนพรรคพบ 'ใบขีดคะแนน' จากหน่วยเลือกตั้งที่ 15 โรงเรียนอนุบาลวัดกลางดอน ถูกทิ้งในถังขยะในช่วงเช้ามืดวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ใบขีดคะแนนระบุคะแนนผู้สมัครเบอร์ 1 พรรคภูมิใจไทยได้ 266 คะแนน และเบอร์ 7 พรรคประชาชนได้ 278 คะแนน เหตุการณ์นี้ทำให้ประชาชนรวมตัวปิดล้อมสถานที่เก็บหีบบัตรเพื่อทวงถามความโปร่งใส จนรองเลขาธิการ กกต. ต้องลงพื้นที่ไกล่เกลี่ยท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียด
ในเวลาไล่เลี่ยกันที่ จังหวัดจันทบุรี ภาคประชาชนรวมตัวยื่นหนังสือคัดค้านการประกาศผลเลือกตั้งเขต 1 และเขต 2 เนื่องจากพบความผิดปกติในระบบรายงานผล 'ECT Report 69' โดยพบว่าคะแนนผู้สมัครบางราย 'แกว่ง' ขึ้นลงอย่างน่าสงสัย และยอดรวมคะแนนสูงกว่าจำนวนบัตรดี ผู้อำนวยการ กกต. จังหวัดอ้างว่าเป็น 'ข้อผิดพลาดทางเทคนิค' แต่คำชี้แจงยังไม่คลายความกังวลของประชาชนและผู้สมัครที่รู้สึกถึงความไม่เป็นธรรม
บทบาทของกฎหมายและกระบวนการนับใหม่
ท่ามกลางวิกฤตเหล่านี้ ข้อกฎหมายคือที่พึ่งสุดท้าย มาตรา 122 และ 124 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. พ.ศ.2561 ระบุอำนาจหน้าที่ชัดเจน หากพบว่าจำนวนผู้มาใช้สิทธิไม่ตรงกับจำนวนบัตร คณะกรรมการประจำหน่วย (กปน.) ต้องตรวจสอบทันที และหากยังไม่ตรงกัน ต้องรายงานต่อ กกต. เพื่อพิจารณาสั่งนับคะแนนใหม่หรือลงคะแนนใหม่ อย่างไรก็ตาม กปน. ไม่มีอำนาจสั่งนับใหม่เอง แต่ต้องบันทึกคำทักท้วงและเหตุการณ์ลงในแบบฟอร์ม เช่น ส.ส. 5/6 และ ส.ส. 5/10 เพื่อใช้เป็นหลักฐานร้องเรียนต่อ กกต. ชุดใหญ่
การนับคะแนนใหม่ จึงไม่ใช่เพียงการนำบัตรมานับใหม่ แต่คือกระบวนการพิสูจน์ความสุจริตและเที่ยงธรรม ซึ่งต้องมีขั้นตอนเคร่งครัด ตั้งแต่การเบิกหีบบัตร การแต่งตั้งคณะกรรมการนับคะแนนใหม่ชุดละ 5 คน ไปจนถึงการเปิดโอกาสให้ตัวแทนพรรคการเมืองเข้าร่วมสังเกตการณ์ทุกขั้นตอน ทั้งหมดนี้เพื่อป้องกันไม่ให้ประวัติศาสตร์ความสับสนซ้ำรอยเดิม และให้ประชาชนมั่นใจว่า 'เสียงของประชาชน' จะไม่ถูกทอดทิ้งหรือบิดเบือนไปในถังขยะหรือข้อผิดพลาดทางเทคนิคใด ๆ