คะแนนเขย่งเกิน 4,894 ใบในจันทบุรีเขต 1 กกต.ส่งเรื่องส่วนกลางชี้ขาด
คะแนนเขย่งเกิน 4,894 ใบในจันทบุรีเขต 1 กกต.ส่งส่วนกลางชี้ขาด

คะแนนเขย่งเกิน 4,894 ใบในจันทบุรีเขต 1 กกต.ส่งเรื่องส่วนกลางชี้ขาด

กรณีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในจังหวัดจันทบุรี เขตเลือกตั้งที่ 1 กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง หลังจากพบความผิดปกติในระบบรายงานผลคะแนน โดยมีคะแนนเขย่งเกินกว่าจำนวนบัตรดีที่ลงคะแนนจริงถึง 4,894 ใบ

ความผิดปกติในระบบรายงานผลคะแนน

เครือข่ายภาคประชาชนในจังหวัดจันทบุรีได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อขอให้ระงับการประกาศผลการเลือกตั้งในเขต 1 และ 2 เนื่องจากพบความพิรุธในระบบรายงานผลคะแนน ซึ่งยอดคะแนนเขย่งมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นลงอย่างไม่สม่ำเสมอ

นายอำนาจ ผุสดี ผู้อำนวยการ กกต.จังหวัดจันทบุรี ได้ชี้แจงว่า ความผิดปกติดังกล่าวเกิดจากความผิดพลาดทางเทคนิค และได้ส่งเรื่องให้ส่วนกลางพิจารณาชี้ขาดแล้ว

การตรวจสอบสถานที่จัดเก็บหีบบัตรเลือกตั้ง

ตามข้อเรียกร้องของกลุ่มมวลชน ผู้อำนวยการ กกต.จังหวัดจันทบุรีพร้อมเจ้าหน้าที่ได้พาผู้สังเกตการณ์เข้าไปตรวจสอบสถานที่จัดเก็บหีบบัตรเลือกตั้ง ซึ่งตั้งอยู่ด้านหลังอาคารสำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดจันทบุรี

ภายในอาคารพบอุปกรณ์การเลือกตั้งจำนวนมากถูกจัดวางเป็นหมวดหมู่ รวมถึงหีบบัตรลงคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบางส่วนที่ถูกนำมาเก็บรักษาไว้ อย่างไรก็ตาม หีบบัตรเลือกตั้งและบัตรลงคะแนนบางส่วนยังคงถูกเก็บรักษาไว้ที่ศูนย์อำนวยการการเลือกตั้งของแต่ละเขตในอำเภอต่างๆ ยังไม่ได้ขนย้ายมารวมกัน

ทาง กกต.ได้ชี้แจงว่า ขั้นตอนการเคลื่อนย้ายอาจมีความล่าช้า แต่ยืนยันว่าการเก็บรักษาหีบบัตรและบัตรลงคะแนนเป็นไปตามขั้นตอนที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด

ข้อกังวลจากผู้สมัครและภาคประชาชน

นายอธิวัฒน์ อำนาจสกุลเกียรติ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต 1 จากพรรคเศรษฐกิจ ซึ่งเดินทางมาร่วมสังเกตการณ์ ได้แสดงความกังวลต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

เขาระบุว่า การจัดการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ และการปรับลดผลคะแนนในภายหลัง สร้างความรู้สึกไม่เป็นธรรม และต้องการเห็นความโปร่งใสในกระบวนการประชาธิปไตย

ผู้สมัครและตัวแทนจากหลายพรรคการเมืองที่ร่วมสังเกตการณ์ต่างเรียกร้องให้ กกต.จังหวัดรับเรื่องและแสดงจุดยืนอย่างชัดเจน เพื่อสร้างความโปร่งใสและชี้แจงข้อสงสัยต่างๆ แก่ประชาชน

ข้อเรียกร้องให้มีการนับคะแนนใหม่

เครือข่ายมวลชนนับร้อยคนยังคงยืนยันข้อเรียกร้องให้ กกต.จังหวัดดำเนินการนับคะแนนใหม่ โดยอ้างข้อมูลจากการตรวจสอบผลรวมคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ

ในเขตเลือกตั้งที่ 1 ยอดรวมคะแนนที่ผู้สมัครทุกคนได้รับคือ 100,860 คะแนน ในขณะที่จำนวนบัตรดีมีเพียง 95,966 ใบ ส่งผลให้มีคะแนนเกินกว่าจำนวนบัตรดีถึง 4,894 คะแนน

ความผิดปกติดังกล่าวถูกมองว่าเป็นตัวเลขที่เกินความคาดหมาย และแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่ากระบวนการรวมคะแนนหรือนับคะแนนมีความคลาดเคลื่อนอย่างมีนัยสำคัญ

ฐานกฎหมายสำหรับการนับคะแนนใหม่

ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 124 ได้บัญญัติไว้ว่า หากปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งใดมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม หรือการนับคะแนนเป็นไปโดยไม่ถูกต้อง คณะกรรมการสามารถงดการประกาศผลการเลือกตั้งและจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่หรือนับคะแนนใหม่ได้

ขณะนี้ บัตรลงคะแนนยังไม่ถูกเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่ กกต.จังหวัด จึงสามารถใช้ดุลยพินิจให้ทำการนับคะแนนใหม่ในทุกหน่วยเลือกตั้งของเขตที่ 1 ได้

หนังสือจากเครือข่ายมวลชนที่ถูกยื่นจะถูกใช้เป็นพยานหลักฐานประกอบ เพื่อส่งเรื่องร้องให้ กกต.กลางใช้อำนาจดุลยพินิจพิจารณาการนับคะแนนใหม่

ผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ

รายงานข่าวแจ้งผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการในเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดจันทบุรี ดังนี้

  • อันดับ 1: พลตำรวจโท สุรพล วิรัตน์โยสินทร์ เบอร์ 1 พรรคภูมิใจไทย คะแนนที่ได้ 33,023
  • อันดับ 2: นายวรายุทธ ทองสุข เบอร์ 4 พรรคประชาชน คะแนนที่ได้ 29,386

สถานการณ์นี้ยังคงได้รับการติดตามอย่างใกล้ชิดจากทุกภาคส่วน เพื่อให้มั่นใจในความถูกต้องและความยุติธรรมของกระบวนการเลือกตั้ง