เต้ พระราม 7 เปิดตัวภาสพงศ์ ชิงผู้ว่าฯ กทม. โชว์นโยบายรถบินได้ โคลนนิ่งไดโนเสาร์
เต้ พระราม 7 เปิดตัวภาสพงศ์ ชิงผู้ว่าฯ กทม. โชว์นโยบายสุดล้ำ

นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือ "เต้ พระราม 7" ในฐานะประธานที่ปรึกษากลุ่ม "กรุงเทพบินได้" ได้แถลงเปิดตัวนายภาสพงศ์ ไชยวิริญะวาณิชย์ ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 โดยนายมงคลกิตติ์เปิดเผยว่า สาเหตุที่ตนไม่ลงสมัครเองเนื่องจากติดข้อจำกัดด้านคุณสมบัติ ส่วนการเลือกนายภาสพงศ์ อดีตลูกนักการทูต เพราะมีอุดมการณ์ตรงกัน ต่างจากอดีตรัฐมนตรี 2 คน และอดีต สส. ที่เคยเข้ามาคุยก่อนหน้านี้ที่มีแนวทางหาเสียงแบบระบบซื้อเสียง รวมถึงอดีตผู้สมัครผู้ว่าฯ ปี 65 บางคนที่รับไอเดียสุดก้าวล้ำของกลุ่มไม่ได้

นโยบายสุดแหวกแนวเปลี่ยนโฉมกรุงเทพฯ

นายมงคลกิตติ์ยังได้กางเมกะโปรเจกต์และนโยบายสุดแหวกแนวที่จะเปลี่ยนโฉมกรุงเทพฯ ไปตลอดกาล ประกอบด้วยนโยบายคมนาคมและเทคโนโลยีแห่งอนาคต ด้วยการทำรถบินได้ตั้งเป้านำเข้ายานพาหนะบินได้จากประเทศจีน 1,000 คันต่อปี ใช้งบ กทม. และเอกชนลงขันกันฝ่ายละ 500 ล้านบาท พร้อมออกกฎหมายจราจรทางอากาศ และส่งคนกรุงท่องอวกาศขึ้นไปในระยะ 90-100 กิโลเมตรจากผิวโลก โดยดึงภาคเอกชนมาร่วมลงทุนถึง 80%

นโยบายอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและ Soft Power

ส่วนนโยบายอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและ Soft Power ระดับโลกจะทำการโคลนนิ่งไดโนเสาร์ ด้วยการจัดตั้ง "สำนักสัตว์ดึกดำบรรพ์" โดยส่งนักวิทยาศาสตร์ไทยด้านตัดต่อพันธุกรรมไปจับมือกับต่างประเทศ เพื่อทำการวิจัยและสร้างสัตว์ดึกดำบรรพ์ที่คล้ายไดโนเสาร์ขึ้นมาจริง ๆ หวังปั้นเป็นสวนสัตว์นวัตกรรมและแลนด์มาร์กท่องเที่ยวระดับโลก นอกจากนี้จะซื้อสโมสรแมนยูฯ และลิเวอร์พูลในสัดส่วน 51% เพื่อให้เป็นของคนไทย

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

นโยบายสิ่งแวดล้อม พลังงาน และปากท้อง

นายมงคลกิตติ์บอกว่า คลองแสนแสบต้องดื่มได้ ด้วยการบำบัดน้ำเสียตลอดสาย 47.5 กิโลเมตร ผ่านเทคโนโลยีชั้นสูงอย่างระบบ Ultrafiltration และระบบกรอง RO (Reverse Osmosis) พร้อมฆ่าเชื้อด้วยแสง UV หรือคลอรีน ตั้งเป้าปรับคุณภาพน้ำจนประชาชนตักขึ้นมา "ดื่มและบริโภคได้" ภายใน 6 เดือน พร้อมเปลี่ยนเรือโดยสารเป็นไฟฟ้า (EV) ทั้งหมด และซื้อโรงกลั่นลดค่าน้ำมันให้ กทม. ร่วมกับประชาชนเข้าซื้อกิจการโรงกลั่นน้ำมันดิบจากบางจากฯ และตั้งโรงทาน 50 เขต อัดฉีดทหารผ่านศึกเดือนละ 3,000 บาท

นโยบายสาธารณสุข

ส่วนนโยบายสาธารณสุข นายมงคลกิตติ์บอกว่า จะผลักดันโรงพยาบาลสังกัด กทม. ให้บริการด้านศัลยกรรม ความงาม และสุขภาพในราคาถูก เพื่อให้คนกรุง "สวยฟิต หล่อยาว" พร้อมชูเรือธงให้คน กทม. เจียดเวลาวันละ 1 ชั่วโมง 40 นาที ในการปั๊มลูกเพื่อผลิตบุตรเพิ่มประชากรปีละ 1 แสนคน ป้องกันปัญหาโรงเรียนร้างและขาดแคลนแรงงาน และเพิ่มโบนัส 10% ให้ข้าราชการ พนักงาน และลูกจ้าง กทม. แต่มีเงื่อนไขว่าผู้ที่จะได้สิทธินี้ต้องผ่านเกณฑ์มาตรฐานด้านสุขภาพ เช่น ค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ขนาดรอบเอว และค่าไขมันเลว (LDL) ต้องไม่เกินเกณฑ์มาตรฐาน เพื่อกระตุ้นให้เจ้าหน้าที่รัฐแข็งแรง

นายมงคลกิตติ์กล่าวทิ้งท้ายว่า แม้นายชัชชาติจะมีฐานเสียงที่แข็งแกร่ง แต่เชื่อว่าคนกรุงเทพฯ ในยุคนี้อยากลองของใหม่ และหากกลุ่มกรุงเทพบินได้ชนะการเลือกตั้ง รับรองได้ว่ากรุงเทพมหานครจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป