ผู้สมัคร สส.ลำปางร้อง กกต.ตรวจสอบบัตรเสีย 7,000 ใบ พะเยาจับ กปน.แอบกาบัตร 14 ใบ
ในวันนี้ (9 กุมภาพันธ์ 2569) เวลา 10.00 น. น.ส.สุวิภา กุศลจูง หรือ "มิ้วส์ สุวิภา" ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เขต 2 จังหวัดลำปาง จากพรรคประชาชน พร้อมทีมงาน ได้เดินทางเข้าพบ นายทองเนตร ดูใจ ผู้อำนวยการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จังหวัดลำปาง เพื่อร้องขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับจำนวนบัตรเสียในเขตเลือกตั้งที่ 2 ซึ่งสูงผิดปกติถึงประมาณ 7,000 ใบ
ความกังวลต่อความโปร่งใสในการนับคะแนน
น.ส.สุวิภา กล่าวว่า ทีมงานและประชาชนในพื้นที่มีความกังวลอย่างมากต่อความโปร่งใสในการนับคะแนนเลือกตั้ง โดยจำนวนบัตรเสียที่สูงถึง 7,000 ใบนี้มีนัยสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากสามารถส่งผลโดยตรงต่อผลการเลือกตั้งได้ จากการนับคะแนนไม่เป็นทางการ ผู้สมัครจากพรรคประชาชนแพ้ผู้สมัครจากพรรคกล้าธรรมด้วยคะแนนห่างเพียง 2,200 คะแนนเท่านั้น หากบัตรเสียจำนวนมากถูกนำมานับใหม่ อาจทำให้ผลการเลือกตั้งพลิกได้อย่างสิ้นเชิง
นายทองเนตร ดูใจ ได้รับเรื่องร้องเรียนไว้ และแนะนำให้ผู้สมัครรวบรวมพยานหลักฐานที่ชัดเจน เช่น รายการบัตรเสียจากหน่วยเลือกตั้งต่าง ๆ เพื่อยื่นคำร้องคัดค้านอย่างเป็นทางการตามกฎหมายพระราชบัญญัติเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจะช่วยให้กระบวนการตรวจสอบมีความถูกต้องและเป็นธรรมมากขึ้น
เหตุการณ์ทุจริตเลือกตั้งในจังหวัดพะเยา
ในขณะเดียวกัน ที่จังหวัดพะเยา เกิดกรณีเหตุกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) รายหนึ่ง ซึ่งทำหน้าที่ในหน่วยที่ 6 หมู่ 4 ตำบลท่าวังทอง อำเภอเมืองพะเยา ได้ฉวยช่วงพักเที่ยงที่เจ้าหน้าที่ผลัดเปลี่ยนกันกินข้าว นำบัตรเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อ อย่างละ 7 ใบ รวมทั้งหมด 14 ใบ ออกมากาและเตรียมหย่อนลงหีบเลือกตั้ง
อย่างไรก็ตาม ประธาน กปน. ได้สังเกตเห็นความผิดปกติ จึงทักท้วงและระงับเหตุการณ์ได้ทันเวลา ก่อนควบคุมตัวผู้กระทำผิดพร้อมของกลางส่งมอบให้กับตำรวจ สภ.เมืองพะเยา เพื่อดำเนินการต่อไป
การสารภาพรับจ้างและผลทางกฎหมาย
นางปนัดดา จันทร์โชติญาณ ผู้อำนวยการ กกต. จังหวัดพะเยา เปิดเผยว่า ผู้กระทำผิดได้ยอมรับสารภาพว่าได้รับจ้างจากคนของพรรคการเมืองหนึ่งให้กระทำการดังกล่าว กกต. จึงได้แจ้งความดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติเลือกตั้ง มาตรา 23 และมาตรา 149 ซึ่งมีโทษทั้งทางแพ่งและอาญา
- โทษทางแพ่ง: ปรับตั้งแต่ 10,000 ถึง 200,000 บาท
- โทษทางอาญา: จำคุกตั้งแต่ 1 ถึง 10 ปี และเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งเป็นเวลา 20 ปี
ขณะนี้ กกต. กำลังรอผลการสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อดำเนินคดีอย่างเต็มที่ในวันนี้ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความพยายามในการรักษาความโปร่งใสและความยุติธรรมในการเลือกตั้ง
ความสำคัญของความโปร่งใสในการเลือกตั้ง
เหตุการณ์ทั้งสองในจังหวัดลำปางและพะเยา สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือในการจัดการเลือกตั้ง การตรวจสอบบัตรเสียและการดำเนินคดีกับผู้ทุจริตเป็นขั้นตอนที่จำเป็นเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่ากระบวนการประชาธิปไตยทำงานอย่างถูกต้อง
นอกจากนี้ ยังมีข่าวที่เกี่ยวข้อง เช่น ผลประชามติของคนไทยในซิดนีย์ที่เห็นชอบจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ และการชี้แจงของ กกต. เกี่ยวกับการนับคะแนนใหม่ในเขต 7 จังหวัดปทุมธานี ซึ่งผลไม่แตกต่างจากเดิม รวมถึงข้อเสนอของ "สมชัย" เกี่ยวกับ "ธัญบุรีโมเดล" ที่สะท้อนปัญหาทุจริตยกหน่วยและเรียกร้องให้ กกต. สร้างความโปร่งใสทั่วประเทศ
การแก้ไขปัญหาเหล่านี้จะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นในระบบการเลือกตั้งของประเทศไทย และรับประกันว่าเสียงของทุกคนจะได้รับการเคารพอย่างแท้จริง