สส.พรรคประชาชน อัด กกต. จัดเลือกตั้งไร้ประสิทธิภาพ ใช้งบไม่คุ้มค่า
สส.ปชน. อัด กกต. จัดเลือกตั้งไร้ประสิทธิภาพ ใช้งบไม่คุ้มค่า

นายกิตติชัย เตชะกุลวณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคฝ่ายงานบริหารท้องถิ่น พรรคประชาชน อภิปรายรับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงิน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2567 และรายงานการประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สิน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยระบุว่า ผลการรายงานของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และข้อสังเกตจากผู้สอบบัญชี ชี้ให้เห็นว่า กกต. ซึ่งมีหน้าที่สำคัญในการจัดการเลือกตั้ง ยังไม่สามารถดำเนินการให้เป็นไปตามวิสัยทัศน์ที่ว่า “สำนักงาน กกต. เป็นที่ยอมรับระดับสากลในกระบวนการเลือกตั้งอย่างมืออาชีพ”

งบประมาณเลือกตั้ง สว. 2,400 ล้าน แต่ยังมีปัญหา

นายกิตติชัย กล่าวว่า จากรายงานการเงินของผู้สอบบัญชีพบว่า การเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่ผ่านมาในปี พ.ศ. 2567 กกต. มีงบประมาณในการจัดการเลือกตั้งถึง 2,400 กว่าล้านบาท แต่ผู้สอบบัญชีระบุว่า “มีจำนวนเงินเหลือจ่ายค่อนข้างสูง” ซึ่งแม้การประหยัดงบประมาณจะเป็นสิ่งที่ดี แต่การเลือก สว. ครั้งดังกล่าวยังคงเป็นที่ครหาว่า กกต. จัดการเลือกตั้งอย่างสุจริตและเที่ยงธรรมหรือไม่ จึงขอฝากข้อสังเกต 2 ประเด็น

ประเด็นแรก: งบประมาณควบคุมเลือกตั้ง สส. และการอบรม กปน.

นายกิตติชัย ระบุว่า ในปี 2567 แม้ไม่มีการเลือกตั้ง สส. ระดับประเทศ มีเพียงการเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่างบางเขต แต่ กกต. ต้องให้ความสำคัญกับการลงทุนในคณะกรรมการประจำหน่วย (กปน.) โดยควรมีการคัดเลือก อบรม และพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เลือกตั้งทีก็อบรมกันก่อนวันเลือกตั้งไม่กี่วัน ซึ่งทำให้เกิดปัญหาซ้ำซาก เช่น การขานบัตรดี-บัตรเสีย การขีดคะแนนไม่เป็นไปตามมาตรฐาน การขีดผลคะแนนในแบบ สส. 5/11 ไม่ตรงกับแบบ สส. 5/18 หรือข้อผิดพลาดในการเลือกตั้งล่วงหน้าที่ กปน. เขียนรหัสจังหวัดและรหัสเขตหน้าซองบัตรเลือกตั้งผิด รวมถึงวัสดุอุปกรณ์ไปอยู่ที่บ่อขยะ เหตุการณ์เหล่านี้ส่งผลเสียหายในระดับประเทศและกระทบคะแนนเสียงของประชาชน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ประเด็นที่สอง: ระบบแจ้งเหตุและรายงานการเลือกตั้งอัจฉริยะ

นายกิตติชัย ตั้งคำถามถึงแอปพลิเคชัน “ตาสับปะรด” ว่าเคยมีตัวชี้วัดเชิงคุณภาพจริงหรือไม่ ปัจจุบันประชาชนที่แจ้งเหตุทุจริตยังต้องหาหลักฐานมาเพิ่มด้วยตนเอง และเมื่อเข้าไปในแอปฯ กลับมีคำเชิญชวนให้โหลดแอปอื่นของ กกต. อีก 2 แอปฯ จึงขอถามว่าเหตุใดไม่รวมทั้ง 3 แอปฯ เข้าด้วยกันเพื่อความสะดวกและประหยัดงบประมาณ

ข้อเสนอ 2 ข้อเพื่อการเลือกตั้งที่มีประสิทธิภาพ

นายกิตติชัย เสนอให้ กกต. ใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพโดยกำหนดให้มีการอบรม กปน. อย่างต่อเนื่องทุกปี ไม่ใช่เฉพาะช่วงใกล้เลือกตั้ง พร้อมใช้ระบบออนไลน์หรือ e-learning เพื่อให้ กปน. สามารถทบทวนขั้นตอนและทดสอบความเข้าใจได้ตลอดเวลา และต้องมีการวัดผลประเมินประสิทธิภาพก่อนปฏิบัติหน้าที่จริง ไม่ใช่แค่นับชั่วโมงอบรม ซึ่งสอดคล้องกับข้อสังเกตของ สตง. ที่ว่า กกต. กำหนดค่าเป้าหมายต่ำกว่ามาตรฐาน และกลุ่มเป้าหมายวัดความสำเร็จไม่เหมาะสม

ข้อเสนอที่ 2 คือ การพัฒนาระบบและบุคลากรให้เป็นมืออาชีพ หาก กกต. จะดำเนินโครงการพัฒนาระบบแจ้งเหตุเลือกตั้งต่อไป ต้องรายงานจำนวนผู้แจ้งผ่านแอป ผลการติดตาม จำนวนเรื่องที่เข้าสู่กระบวนการ และการแจกใบเหลืองใบแดง พร้อมเปิดเผยต่อสาธารณะเพื่อสร้างความเชื่อมั่น

นายกิตติชัย ทิ้งท้ายว่า หวังว่าการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและการเลือกตั้งนายกเมืองพัทยาในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 จะไม่เกิดข้อผิดพลาดซ้ำรอยการเลือกตั้ง สส. ที่ผ่านมา