ศาล รธน. มีมติเอกฉันท์ ยุบพรรคก้าวไกล ตัดสิทธิ กก.บห. 10 ปี
ศาล รธน. ยุบพรรคก้าวไกล ตัดสิทธิ กก.บห. 10 ปี (07.07.2026)

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 เสียง ยุบพรรคก้าวไกล เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2567 เนื่องจากมีพฤติกรรมล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรคเป็นเวลา 10 ปี รวมทั้งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของบุคคลดังกล่าวเป็นเวลา 5 ปี

มูลเหตุแห่งการยุบพรรค

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ยุบพรรคก้าวไกล หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยก่อนหน้านี้ว่าการเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ของพรรคก้าวไกลเป็นการล้มล้างการปกครอง โดยพรรคก้าวไกลได้เสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เพื่อลดโทษและปรับปรุงองค์ประกอบความผิดตามมาตรา 112 ซึ่งศาลเห็นว่าเป็นการกระทำที่มุ่งทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์

ผลกระทบต่อพรรคก้าวไกล

การยุบพรรคครั้งนี้ส่งผลให้สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ของพรรคก้าวไกลสิ้นสุดลงทันที โดยมีผลตั้งแต่คำพิพากษา ซึ่งส่งผลให้มีที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรว่างลง 148 ที่นั่ง และจะต้องมีการเลือกตั้งซ่อมภายใน 45 วัน ตามรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ กรรมการบริหารพรรคก้าวไกล 11 คน ถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 10 ปี และถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 5 ปี รวมถึงนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค และนายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ปฏิกิริยาจากพรรคก้าวไกล

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กล่าวว่า "เรายอมรับคำตัดสินของศาล แต่เราไม่ยอมรับความอยุติธรรมที่เกิดขึ้นกับพรรคก้าวไกล การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยจะไม่สิ้นสุดเพียงเท่านี้" ขณะที่นายชัยธวัช ตุลาธน กล่าวว่า "พรรคก้าวไกลจะยังคงเดินหน้าต่อไปในรูปแบบอื่น เพื่อเป็นทางเลือกให้กับประชาชน"

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ความเห็นจากนักวิชาการ

รศ.ดร.ธนพร วิจิตรวงศ์ นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระบุว่า "คำตัดสินนี้เป็นการตอกย้ำว่าการเสนอแก้ไขมาตรา 112 เป็นเส้นแดงที่ไม่อาจล่วงละเมิดได้ในระบบการเมืองไทย และส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการยุติธรรม"

ผลกระทบทางการเมืองในอนาคต

การยุบพรรคก้าวไกลทำให้พรรคการเมืองฝ่ายก้าวหน้าสูญเสียกำลังสำคัญในสภา และอาจทำให้เกิดการรวมตัวของกลุ่มการเมืองใหม่เพื่อสานต่ออุดมการณ์เดิม ขณะเดียวกัน พรรคฝ่ายอนุรักษ์นิยมอาจได้รับประโยชน์จากสถานการณ์นี้ในการรวบรวมอำนาจ การเลือกตั้งซ่อมที่จะเกิดขึ้นจะเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับกระแสความนิยมของพรรคก้าวไกลในพื้นที่ต่างๆ