สหรัฐอเมริกาได้ประกาศขึ้นบัญชีดำบริษัท Huawei และ ZTE ของจีน โดยระบุว่าเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติ ส่งผลกระทบต่อผู้ให้บริการโทรคมนาคมในไทยที่ใช้อุปกรณ์จากทั้งสองบริษัทนี้
รายละเอียดการขึ้นบัญชีดำ
คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการสื่อสารกลางของสหรัฐฯ (FCC) มีมติเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2567 ให้ขึ้นบัญชีดำ Huawei และ ZTE ในฐานะบริษัทที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อความมั่นคงของชาติ โดยห้ามไม่ให้บริษัทโทรคมนาคมในสหรัฐฯ ใช้เงินอุดหนุนจากรัฐบาลกลางเพื่อซื้ออุปกรณ์จากทั้งสองบริษัท และกำหนดให้ผู้ให้บริการที่ใช้อุปกรณ์ดังกล่าวต้องถอดถอนออกจากเครือข่ายภายในระยะเวลาที่กำหนด
ผลกระทบต่อประเทศไทย
การประกาศของสหรัฐฯ ส่งผลกระทบต่อผู้ให้บริการโทรคมนาคมในไทยที่ใช้อุปกรณ์จาก Huawei และ ZTE เช่น AIS, TrueMove, และ dtac โดยเฉพาะในส่วนของโครงข่าย 5G ที่มีการติดตั้งอุปกรณ์ของ Huawei ไว้จำนวนมาก ผู้ให้บริการต้องเร่งหาแหล่งอุปกรณ์ทดแทนจากผู้ผลิตรายอื่น เช่น Ericsson, Nokia, หรือ Samsung เพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกคว่ำบาตร
นายสมชาย เลิศปัญญาโรจน์ กรรมการผู้จัดการบริษัท AIS กล่าวว่า "เรากำลังประเมินผลกระทบและเตรียมแผนสำรองเพื่อให้บริการลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยจะทำงานร่วมกับพันธมิตรทางเทคโนโลยีเพื่อปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของสหรัฐฯ"
แนวทางการดำเนินงานของผู้ให้บริการไทย
ผู้ให้บริการโทรคมนาคมในไทยต่างเร่งปรับตัว โดยบางรายเริ่มเจรจากับผู้ผลิตรายอื่นเพื่อจัดหาอุปกรณ์ทดแทน ซึ่งอาจส่งผลให้ต้นทุนการลงทุนเพิ่มขึ้นในระยะสั้น แต่อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงนี้ยังช่วยลดความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์และเพิ่มความมั่นคงของระบบเครือข่ายในระยะยาว
การตอบสนองของ Huawei และ ZTE
Huawei และ ZTE ได้ออกแถลงการณ์ปฏิเสธข้อกล่าวหาของสหรัฐฯ โดยยืนยันว่าบริษัทดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใสและปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมทั้งระบุว่าการขึ้นบัญชีดำครั้งนี้เป็นการกระทำที่ไม่เป็นธรรมและมีแรงจูงใจทางการเมือง
ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าการเคลื่อนไหวของสหรัฐฯ ครั้งนี้จะส่งผลให้ตลาดอุปกรณ์โทรคมนาคมทั่วโลกเปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ Huawei และ ZTE มีส่วนแบ่งการตลาดสูง ผู้ให้บริการในไทยอาจต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2-3 ปีในการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบที่ไม่มีอุปกรณ์จากบริษัทจีน



