ก้าวไกลยื่นซักฟอก รมต.เศรษฐา-เพื่อไทย หวั่น ครม.ไร้เสถียรภาพ
ก้าวไกลยื่นซักฟอก รมต.เศรษฐา-เพื่อไทย หวั่น ครม.ไร้เสถียรภาพ

พรรคก้าวไกลยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลต่อประธานรัฐสภา โดยมีเป้าหมายหลักคือนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีในสังกัดพรรคเพื่อไทยอีกหลายคน ท่ามกลางความกังวลเรื่องเสถียรภาพของคณะรัฐมนตรี

รายชื่อรัฐมนตรีที่ถูกยื่นซักฟอก

นายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล เปิดเผยว่า ญัตติดังกล่าวครอบคลุมรัฐมนตรีจำนวน 10 คน ประกอบด้วย นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี, นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, นายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, นายชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม, นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม, นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม, นายเกรียง กัลป์ตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

เหตุผลในการยื่นซักฟอก

นายชัยธวัช กล่าวว่า พรรคก้าวไกลเห็นว่ารัฐบาลชุดนี้ขาดเสถียรภาพและไม่สามารถบริหารประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากมีปัญหาหลายประการ เช่น การจัดการเศรษฐกิจที่ล้มเหลว ปัญหาคอร์รัปชัน และการละเลยปัญหาปากท้องของประชาชน นอกจากนี้ ยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับนโยบายต่างประเทศที่ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

“เราต้องการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล และแสดงให้ประชาชนเห็นว่ารัฐบาลนี้ไม่มีความสามารถในการแก้ไขปัญหาประเทศ” นายชัยธวัช กล่าวในการแถลงข่าวที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2568

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ปฏิกิริยาจากฝ่ายรัฐบาล

ด้านนายชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งถูกยื่นซักฟอกด้วย กล่าวว่า พร้อมชี้แจงข้อกล่าวหาทั้งหมด และยืนยันว่ารัฐบาลทำงานอย่างเต็มที่เพื่อประชาชน “เราไม่กลัวการอภิปราย เพราะเรามีผลงานและความโปร่งใส” นายชลน่าน กล่าว

ขณะที่แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลระบุว่า นายกรัฐมนตรีเศรษฐาเตรียมมอบหมายให้ทีมกฎหมายของรัฐบาลเตรียมข้อมูลเพื่อตอบโต้ข้อกล่าวหาของพรรคก้าวไกล โดยคาดว่าการอภิปรายจะใช้เวลาประมาณ 3-4 วัน

ผลกระทบต่อเสถียรภาพรัฐบาล

การยื่นญัตติครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งภายในรัฐบาลผสม โดยเฉพาะระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ เกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจและการจัดการงบประมาณ นักวิเคราะห์มองว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจอาจทำให้รัฐบาลอ่อนแอลง แม้จะมีเสียงข้างมากในสภาก็ตาม

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง กล่าวว่า “การซักฟอกครั้งนี้เป็นสัญญาณของความแตกแยกทางการเมือง หากรัฐบาลไม่สามารถจัดการความขัดแย้งภายในได้ อาจนำไปสู่การยุบสภาในอนาคต”