สมาชิกเดโมแครต-ผู้เสียหายยื่นร่างกฎหมายยกเลิกอายุความคดีทางเพศ ขณะรัฐมนตรีสหรัฐฯ ยอมรับพบเอปสตีนหลังถูกตัดสินผิด
ร่างกฎหมายยกเลิกอายุความคดีเพศ-รัฐมนตรีสหรัฐฯ ยอมรับพบเอปสตีน

สมาชิกเดโมแครต-ผู้เสียหายยื่นร่างกฎหมายยกเลิกอายุความคดีทางเพศ ขณะรัฐมนตรีสหรัฐฯ ยอมรับพบเอปสตีนหลังถูกตัดสินผิด

ความเคลื่อนไหวในคดีเจฟฟรีย์ เอปสตีน อดีตนักการเงินผู้กระทำความผิดทางเพศ ยังคงถูกจับตาอย่างใกล้ชิด ทั้งในประเด็นรายชื่อบุคคลที่ปรากฏในแฟ้มคดีและความพยายามเรียกร้องความเป็นธรรมของผู้เสียหาย ล่าสุดสมาชิกพรรคเดโมแครตร่วมกับผู้เสียหายยื่นร่างกฎหมาย หวังยกเลิกข้อจำกัดด้านเวลาสำหรับการฟ้องร้องคดีทางเพศ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เสียหายสามารถเรียกร้องความรับผิดชอบได้เมื่อมีความพร้อม

อินเดียเกิดเหตุประท้วงหลังชื่อนายกโมดีโผล่ในแฟ้มคดีเอปสตีน

ที่อินเดีย เกิดเหตุผู้ประท้วงในกรุงนิวเดลีเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ความมั่นคง หลังพยายามฝ่าแนวกั้นและปีนแผงเหล็กที่ตั้งไว้ควบคุมสถานการณ์ การประท้วงมีขึ้นหลังมีรายงานว่าชื่อของ นเรนดรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย ปรากฏอยู่ในเอกสารที่เกี่ยวข้องกับคดีเอปสตีน ซึ่งกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เปิดเผยออกมาล่าสุด ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศอินเดียออกแถลงการณ์ปฏิเสธเนื้อหาในเอกสารดังกล่าวแล้ว โดยระบุว่าข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าวเป็นเพียงความคิดฟุ้งซ่านไร้สาระของอาชญากรที่ถูกตัดสินลงโทษ

รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐฯ กลับลำรับพบเอปสตีนหลังปี 2008

อีกด้านหนึ่ง ฮาวเวิร์ด ลุตนิก รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐฯ ซึ่งมีชื่อปรากฏในเอกสารคดี ชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการวุฒิสภาสหรัฐฯว่า ตนไม่มีความสัมพันธ์ และแทบจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเอปสตีนเลย โดยเคยแลกเปลี่ยนอีเมลกันเพียงประมาณ 10 ฉบับ และพบกันเพียง 3 ครั้งในช่วง 14 ปี ซึ่งลุตนิกกับเอปสตีนเคยเป็นเพื่อนบ้านกันในนิวยอร์ก ลุตนิกเผชิญกระแสกดดันจากสมาชิกสภาคองเกรสทั้งจากรีพับลิกันและเดโมแครตที่เรียกร้องให้ลาออก หลังเอกสารในการเปิดเผยแฟ้มคดีเอปสตีนมีเนื้อหาขัดแย้งกับคำกล่าวอ้างของเขาในพอดแคสต์เมื่อปี 2025 ซึ่งอ้างว่าตัดความสัมพันธ์กับเอปสตีนหลังรู้สึกไม่สบายใจจากการไปเยือนบ้านของเอปสตีนพร้อมกับภรรยาในปี 2005 เอกสารในแฟ้มคดีที่เปิดเผยล่าสุดพบว่าลุตนิกยังคงติดต่อกับเอปสตีนหลังจากนั้น ซึ่งลุตนิกยอมรับว่าตนได้พบกับเอปสตีน 2 ครั้ง หลังจากเอปสตีนถูกตัดสินว่ามีความผิดในข้อหาจัดหาเด็กเพื่อการค้าประเวณี เมื่อปี 2008 โดยชี้แจงต่อวุฒิสภาว่า ตนได้ไปพบปะพูดคุยกับเอปสตีนเป็นเวลา 1 ชั่วโมงที่บ้านของเอปสตีนในปี 2011 และในปี 2012 ตนและครอบครัวได้ไปรับประทานอาหารกลางวันกับเอปสตีนบนเกาะส่วนตัวของเอปสตีน ด้านโฆษกทำเนียบขาว ยืนยันในวันเดียวกันว่า ลุตนิกยังคงเป็นสมาชิกคนสำคัญของทีมงานของโดนัลด์ ทรัมป์ และทรัมป์สนับสนุนลุตนิกอย่างเต็มที่

ทนายเผยแมกซ์เวลล์พร้อมให้การหากทรัมป์อภัยโทษ

การซักฟอกของลุตนิกเกิดขึ้นเพียง 1 วันหลังจากกีส์เลน แมกซ์เวลล์ อดีตแฟนสาวของเอปสตีน ซึ่งกำลังรับโทษจำคุก 20 ปี ในข้อหาจัดหาและค้าประเวณีเด็กสาวให้แก่เอปสตีน ปฏิเสธให้ข้อมูลเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเธอกับเอปสตีต่อคณะกรรมาธิการกำกับดูแลของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ โดยขอใช้สิทธิตามมาตรา 5 ของรัฐธรรมนูญ ในการไม่ให้การที่เป็นการกล่าวโทษตนเอง ขณะที่ทนายความของแม็กซ์เวลล์ระบุผ่านสื่อสังคมออนไลน์ในภายหลังว่า แมกซ์เวลล์เองพร้อมที่จะให้ข้อมูลอย่างครบถ้วนและตรงไปตรงมา หากได้รับการอภัยโทษ จากประธานาธิบดีทรัมป์

ผู้เสียหายคดีเอปสตีนเสนอร่างกฎหมายยกเลิกอายุความคดีทางเพศ

ขณะเดียวกัน สมาชิกพรรคเดโมแครตในสภาคองเกรส รวมถึงชัค ชูเมอร์ ผู้นำเสียงข้างน้อยในวุฒิสภา ร่วมกับผู้เสียหายจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศของเอปสตีน เสนอร่างกฎหมายที่มีเป้าหมายยกเลิกข้อจำกัดด้านเวลาในการฟ้องร้องสำหรับผู้เสียหายจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศ ร่างกฎหมายฉบับนี้มีชื่อว่า "Virginia's Law" ซึ่งตั้งตามชื่อของ Virginia Giuffre หนึ่งในผู้เสียหายจากคดีเอปสตีนที่โด่งดังที่สุด ซึ่งเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายเมื่อปีที่แล้ว ชัค ชูเมอร์ ระบุว่า ความยุติธรรมไม่ควรหมดอายุ และร่างกฎหมายนี้จะยุติอุปสรรคเรื่องอายุความ พร้อมเสริมว่า ผู้เสียหายในคดีเอปสตีนถูกละเลยมานานหลายปี และกฎหมายนี้จะเปิดโอกาสให้พวกเขาสามารถเรียกร้องความรับผิดชอบได้เมื่อมีความพร้อมและเข้มแข็งพอที่จะทำเช่นนั้น อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ได้ ต้องได้รับความเห็นชอบจากทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา รวมถึงการลงนามจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ด้วย Virginia Giuffre กล่าวหาและยื่นฟ้องแอนดรูว เมาท์แบตเทน-วินด์เซอร์ หรืออดีตเจ้าชายแอนดรูว ว่าเคยล่วงละเมิดทางเพศเธอขณะที่เธอยังเป็นวัยรุ่น แต่แอนดรูวปฏิเสธข้อกล่าวหาของเธอมาโดยตลอด และยุติคดีความที่ Giuffre ในปี 2022 การเข้าไปพัวพันกับเอปสตีนทำให้แอนดรูวถูกตรวจสอบอย่างหนักจนเกิดเป็นข่าวอื้อฉาวติดต่อกันหลายสัปดาห์จนนำไปสู่การถูกถอดถอนฐานันดรศักดิ์ ขณะที่สำนักพระราชวังบังกิงแฮมแสดงความพร้อมที่จะสนับสนุนการสอบสวนของตำรวจอย่างเต็มที่ ซึ่งอยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะเปิดการสอบสวนอดีตเจ้าชายแอนดรูวอย่างเป็นทางการหรือไม่ หลังกลุ่มต่อต้านระบอบกษัตริย์แจ้งเอาผิดแอนดรูวในข้อหาประพฤติมิชอบในตำแหน่งหน้าที่สาธารณะและละเมิดความลับราชการ ซึ่งต้นตอมาจากอีเมลจากแฟ้มคดีของเอปสตีนที่ชี้ว่าแอนดรูวเคยส่งต่อข้อมูลลับทางราชการแก่เอปสตีน ระหว่างดำรงตำแหน่งทูตการค้าของสหราชอาณาจักร