ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ไม่รับคำร้องที่ขอให้วินิจฉัยกรณีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ถือหุ้นบริษัทไอทีวี จำกัด (มหาชน) เนื่องจากคำร้องดังกล่าวไม่ต้องด้วยหลักเกณฑ์ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82
รายละเอียดคำร้อง
เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2568 ศาลรัฐธรรมนูญได้ประชุมปรึกษาคดีที่สำคัญ โดยมีนายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ เป็นประธานการประชุม ที่ประชุมได้พิจารณาคำร้องที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งยื่นขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 ว่า สมาชิกภาพของ ส.ส. บางรายสิ้นสุดลงหรือไม่ เนื่องจากถือหุ้นในบริษัทไอทีวี ซึ่งเป็นกิจการที่ได้รับสัมปทานจากรัฐ
คำร้องอ้างว่า การถือหุ้นดังกล่าวขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 187 ที่ห้ามมิให้ ส.ส. เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในกิจการที่ได้รับสัมปทานจากรัฐ เว้นแต่จะได้รับยกเว้นตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า คำร้องไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญมาตรา 82 วรรคสอง ซึ่งระบุว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถยื่นคำร้องต่อประธานรัฐสภาเพื่อให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้เฉพาะกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าสมาชิกภาพของ ส.ส. สิ้นสุดลงตามมาตรา 101 (3) (4) (5) หรือ (6) เท่านั้น
เหตุผลที่ไม่รับคำร้อง
ศาลรัฐธรรมนูญชี้แจงว่า กรณีการถือหุ้นในกิจการที่ได้รับสัมปทานจากรัฐตามมาตรา 187 นั้น ไม่ได้อยู่ในขอบเขตของมาตรา 101 ที่ระบุถึงเหตุแห่งการสิ้นสุดสมาชิกภาพของ ส.ส. ดังนั้น คำร้องที่ยื่นมาจึงไม่ต้องด้วยหลักเกณฑ์ที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ ส่งผลให้ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ไม่รับคำร้องนี้ไว้พิจารณา
นอกจากนี้ ศาลรัฐธรรมนูญยังได้พิจารณาคำร้องที่เกี่ยวข้องกับกรณีเดียวกันที่ยื่นโดยประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งส่งเรื่องมาให้วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ส.ส. ผู้ถือหุ้นไอทีวีมีสมาชิกภาพสิ้นสุดลงหรือไม่ โดยศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งเอกสารเพิ่มเติมภายใน 7 วัน เพื่อประกอบการพิจารณา
ผลกระทบและความเห็น
การตัดสินใจของศาลรัฐธรรมนูญในครั้งนี้สร้างความชัดเจนในประเด็นทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับคุณสมบัติของ ส.ส. และการถือหุ้นในกิจการที่ได้รับสัมปทานจากรัฐ โดยเฉพาะกรณีของบริษัทไอทีวี ซึ่งเป็นประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในสังคม
นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า “ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาอย่างรอบคอบแล้วเห็นว่าคำร้องดังกล่าวไม่เข้าเงื่อนไขตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 จึงมีมติไม่รับไว้พิจารณา” ทั้งนี้ คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญถือเป็นที่สุดและมีผลผูกพันทุกองค์กร
ด้านฝ่ายการเมืองบางส่วนแสดงความเห็นว่าการตัดสินครั้งนี้ช่วยลดความไม่แน่นอนทางการเมือง ขณะที่บางฝ่ายมองว่ายังมีช่องว่างทางกฎหมายที่ต้องปรับปรุงเพื่อให้การตรวจสอบคุณสมบัติของ ส.ส. มีประสิทธิภาพมากขึ้น



