เอสโตเนียปรับแผนใช้กัญชาเสรีหลังนโยบายไม่สำเร็จ
เอสโตเนียปรับแผนใช้กัญชาเสรีหลังนโยบายไม่สำเร็จ

เอสโตเนียกำลังปรับเปลี่ยนนโยบายด้านกัญชาครั้งสำคัญ หลังจากที่แนวทางการลดโทษและการทำให้ถูกกฎหมายบางส่วนไม่สามารถบรรลุเป้าหมายในการลดจำนวนผู้ใช้กัญชาในประเทศได้ กระทรวงยุติธรรมของเอสโตเนียเตรียมเสนอร่างกฎหมายใหม่ที่มุ่งควบคุมตลาดกัญชาในลักษณะเดียวกับการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ความล้มเหลวของนโยบายเดิม

นโยบายกัญชาเสรีของเอสโตเนียที่ดำเนินมาตั้งแต่ปี 2562 ซึ่งอนุญาตให้ครอบครองกัญชาในปริมาณเล็กน้อยโดยไม่ต้องรับโทษทางอาญา กลับไม่สามารถลดอัตราการใช้กัญชาในกลุ่มเยาวชนและประชาชนทั่วไปได้ ข้อมูลจากสำนักงานสถิติเอสโตเนียระบุว่า ในปี 2566 มีผู้ใช้กัญชาเพิ่มขึ้นร้อยละ 15 เมื่อเทียบกับปี 2564 ซึ่งเป็นปีแรกที่เริ่มมีการผ่อนปรนกฎหมาย

นายมาร์ก โทนิสัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมของเอสโตเนีย กล่าวว่า "เราพบว่าการลดโทษเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะแก้ไขปัญหาการใช้กัญชาในสังคม เราจำเป็นต้องมีแนวทางที่ครอบคลุมมากขึ้น โดยเฉพาะการควบคุมการเข้าถึงและการจัดจำหน่าย"

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ร่างกฎหมายใหม่มุ่งควบคุมตลาด

ร่างกฎหมายใหม่ที่กำลังจะถูกเสนอต่อรัฐสภาเอสโตเนียในเดือนหน้า มีเป้าหมายที่จะควบคุมตลาดกัญชาทั้งระบบ ตั้งแต่การผลิต การจัดจำหน่าย ไปจนถึงการบริโภค โดยจะกำหนดให้ผู้ที่ต้องการซื้อกัญชาต้องมีอายุ 21 ปีขึ้นไป และต้องซื้อจากร้านค้าที่ได้รับใบอนุญาตเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีการกำหนดปริมาณการซื้อสูงสุดต่อครั้งและต่อเดือน

นโยบายใหม่นี้ยังรวมถึงการจัดเก็บภาษีจากผลิตภัณฑ์กัญชาในอัตราร้อยละ 20 ซึ่งคาดว่าจะสร้างรายได้ให้กับรัฐประมาณ 50 ล้านยูโรต่อปี เงินส่วนนี้จะถูกนำไปใช้ในการรณรงค์ให้ความรู้เกี่ยวกับโทษของกัญชาและโครงการบำบัดผู้ติดยาเสพติด

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ปฏิกิริยาจากฝ่ายต่างๆ

กลุ่มผู้สนับสนุนการทำให้กัญชาถูกกฎหมายอย่างเต็มรูปแบบแสดงความผิดหวังต่อร่างกฎหมายนี้ โดยมองว่ายังคงมีข้อจำกัดมากเกินไป ดร.ลีนา แซร์ก นักวิจัยด้านนโยบายยาเสพติดจากมหาวิทยาลัยทาร์ทู กล่าวว่า "การควบคุมแบบนี้จะผลักดันให้ตลาดมืดยังคงอยู่ เพราะผู้ใช้บางส่วนอาจไม่ต้องการปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เข้มงวด"

ในขณะที่ฝ่ายอนุรักษ์นิยมกลับมองว่าร่างกฎหมายนี้ยังคงผ่อนปรนเกินไป นายพีเตอร์ เรนเบิร์ก สมาชิกรัฐสภาจากพรรคอนุรักษ์นิยม กล่าวว่า "เราควรกลับไปใช้มาตรการที่เข้มงวดเหมือนเดิม การทำให้กัญชาถูกกฎหมายไม่ว่าจะในรูปแบบใดก็ตาม จะส่งผลเสียต่อสังคมในระยะยาว"

ผลกระทบต่อนโยบายยาเสพติดในยุโรป

การปรับเปลี่ยนนโยบายของเอสโตเนียครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงนโยบายกัญชาในหลายประเทศยุโรป เนเธอร์แลนด์และสเปนมีนโยบายผ่อนปรนมานาน ในขณะที่เยอรมนีเพิ่งประกาศแผนการทำให้กัญชาถูกกฎหมายเพื่อการสันทนาการเมื่อปีที่แล้ว

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าแนวทางของเอสโตเนียอาจเป็นแบบอย่างให้กับประเทศอื่นๆ ที่กำลังมองหาจุดสมดุลระหว่างการควบคุมและการเปิดเสรี ดร.มาร์คุส ลินด์เกรน นักวิเคราะห์นโยบายจากสถาบันนโยบายยาเสพติดแห่งยุโรป กล่าวว่า "สิ่งที่เอสโตเนียกำลังทำคือการทดลองที่น่าสนใจ มันแสดงให้เห็นว่าการลดโทษอย่างเดียวไม่ใช่คำตอบ แต่การควบคุมตลาดอย่างเข้มงวดอาจเป็นทางออกที่ดีกว่า"

ขั้นตอนต่อไป

ร่างกฎหมายใหม่จะถูกนำเสนอต่อรัฐสภาเอสโตเนียในเดือนกุมภาพันธ์ 2568 และคาดว่าจะมีการอภิปรายอย่างเข้มข้นระหว่างฝ่ายต่างๆ หากผ่านการอนุมัติ กฎหมายจะมีผลบังคับใช้ในปี 2569 โดยจะมีการปรับเปลี่ยนระบบการอนุญาตและการจัดเก็บภาษีอย่างค่อยเป็นค่อยไป

นอกจากนี้ กระทรวงยุติธรรมยังวางแผนที่จะจัดตั้งคณะกรรมการติดตามผลเพื่อประเมินผลกระทบของนโยบายใหม่ทุก 2 ปี เพื่อให้แน่ใจว่ามาตรการที่นำมาใช้สามารถบรรลุเป้าหมายในการลดการใช้กัญชาและปัญหาสังคมที่เกี่ยวข้อง