สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2568 จะขยายตัวได้ที่ 3.3% โดยมีปัจจัยหลักมาจากภาคการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวและการบริโภคภาคเอกชนที่ยังขยายตัวดี อย่างไรก็ตาม การส่งออกยังคงชะลอตัวตามเศรษฐกิจโลกที่ชะลอลง
ปัจจัยหนุนเศรษฐกิจไทยปี 68
นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒน์ เปิดเผยว่า การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปี 2568 จะได้รับแรงหนุนสำคัญจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว โดยคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะอยู่ที่ 40 ล้านคน ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการบริโภคและการลงทุนในประเทศ นอกจากนี้ การบริโภคภาคเอกชนยังคงขยายตัวต่อเนื่องจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล
“เรามองว่าปีหน้าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ดีขึ้นจากปีนี้ โดยได้แรงหนุนจากการท่องเที่ยวและการบริโภคภายในประเทศ ขณะที่การส่งออกอาจยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่” นายดนุชากล่าว
การส่งออกยังชะลอตัว
แม้เศรษฐกิจไทยจะมีแนวโน้มดีขึ้น แต่ภาคการส่งออกยังคงเผชิญกับความท้าทายจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว โดยเฉพาะจากจีนและสหรัฐฯ ซึ่งเป็นคู่ค้าสำคัญ สภาพัฒน์คาดว่าการส่งออกในปี 2568 จะขยายตัวเพียง 2.5% ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้
นอกจากนี้ ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ที่ต้องจับตา ได้แก่ หนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ภัยแล้งที่อาจกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตร และความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศ
แนวโน้มการลงทุน
ด้านการลงทุนภาคเอกชน คาดว่าจะขยายตัว 4.0% โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐาน ขณะที่การลงทุนภาครัฐจะขยายตัว 3.5% จากงบประมาณที่เพิ่มขึ้น
“การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ” นายดนุชากล่าว
อัตราเงินเฟ้อและเสถียรภาพ
สภาพัฒน์คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2568 จะอยู่ที่ 1.5% ภายในกรอบเป้าหมายของธนาคารแห่งประเทศไทย ขณะที่ดุลบัญชีเดินสะพัดจะเกินดุล 1.5% ของ GDP
“เสถียรภาพเศรษฐกิจโดยรวมยังอยู่ในเกณฑ์ดี แต่ต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงจากต่างประเทศอย่างใกล้ชิด” นายดนุชากล่าว



