ทนายความยื่นฟ้องคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ต่อศาลปกครองกลาง ในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 10/2560 ซึ่งออกโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว พ.ศ. 2557 กรณีการจัดสรรคลื่นความถี่ย่าน 700 MHz โดยอ้างว่าการกระทำดังกล่าวสร้างความเสียหายแก่รัฐเป็นมูลค่ากว่า 80,000 ล้านบาท
รายละเอียดคำฟ้อง
นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ เปิดเผยว่า ได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลางเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2568 โดยมี กสทช. เป็นผู้ถูกฟ้องที่ 1 และประธานกรรมการ กสทช. เป็นผู้ถูกฟ้องที่ 2 โดยระบุว่า กสทช. ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 10/2560 เรื่อง มาตรการในการกำกับดูแลการใช้คลื่นความถี่และกิจการโทรคมนาคม ซึ่งกำหนดให้ กสทช. ดำเนินการประมูลคลื่นความถี่ 700 MHz ภายในกรอบเวลาที่กำหนด แต่ กสทช. กลับล่าช้าและดำเนินการไม่เป็นไปตามคำสั่ง
ผลกระทบต่อรัฐ
การละเว้นดังกล่าวส่งผลให้รัฐสูญเสียรายได้จากการประมูลคลื่นความถี่เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งคลื่น 700 MHz ซึ่งเป็นคลื่นที่มีศักยภาพสูงสำหรับการให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและเทคโนโลยี 5G ทนายความระบุว่า หาก กสทช. ดำเนินการตามคำสั่งโดยเร็ว รัฐจะได้รับเงินค่าประมูลประมาณ 80,000 ล้านบาท แต่กลับถูกปล่อยปละละเลย ทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง
ข้อเรียกร้อง
ในคำฟ้อง ทนายความขอให้ศาลปกครองมีคำพิพากษาให้ กสทช. ปฏิบัติตามคำสั่งหัวหน้า คสช. โดยทันที และชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นแก่รัฐ พร้อมทั้งขอให้ศาลมีมาตรการคุ้มครองชั่วคราวเพื่อป้องกันความเสียหายเพิ่มเติม
นายอนันต์ชัยกล่าวว่า “การที่ กสทช. ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งมาตรา 44 ถือเป็นการละเว้นหน้าที่โดยมิชอบ ทำให้รัฐเสียหายมหาศาล ประชาชนก็จะไม่ได้รับบริการโทรคมนาคมที่มีประสิทธิภาพตามที่ควร”
ปฏิกิริยาจาก กสทช.
ด้าน กสทช. ยังไม่ได้ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับคดีนี้ โดยอยู่ระหว่างรอรับสำเนาคำฟ้องจากศาลปกครองเพื่อดำเนินการทางกฎหมายต่อไป
คดีนี้ถือเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่สะท้อนถึงความขัดแย้งในการบริหารจัดการคลื่นความถี่ของประเทศ ซึ่งมีผลกระทบต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมและการแข่งขันทางเศรษฐกิจในระยะยาว



