กกต.สั่งสอบปมเงินบริจาคพรรคประชาชน หวั่นผิดกฎหมายเลือกตั้ง
กกต.สั่งสอบปมเงินบริจาคพรรคประชาชน หวั่นผิดกฎหมาย

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีคำสั่งให้สอบสวนกรณีพรรคประชาชนรับบริจาคเงินจากบุคคลที่อาจต้องห้ามตามกฎหมาย หลังมีข้อร้องเรียนว่าเงินบริจาคดังกล่าวอาจเข้าข่ายผิดพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560

รายละเอียดการสอบสวน

แหล่งข่าวจากกกต.เปิดเผยว่า การสอบสวนครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การรับบริจาคเงินจำนวน 10 ล้านบาทจากนายสมชาย ใจดี ซึ่งเป็นผู้ที่เคยถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองตามคำพิพากษาของศาลฎีกา โดยพรรคประชาชนได้บันทึกการรับบริจาคไว้ในบัญชีการเงินของพรรคเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ตามมาตรา 66 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ห้ามมิให้พรรคการเมืองรับบริจาคเงินจากผู้ที่ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง หรือผู้ที่เคยถูกศาลสั่งยุบพรรคและถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง หากพบว่ามีการฝ่าฝืน อาจส่งผลให้กกต.ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณายุบพรรคได้

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ปฏิกิริยาจากพรรคประชาชน

นายวีระ ธีรภัทร โฆษกพรรคประชาชน ชี้แจงว่า พรรคได้ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้บริจาคตามขั้นตอนปกติแล้ว และไม่พบว่ามีประวัติต้องห้ามตามกฎหมาย พร้อมยืนยันว่าพรรคพร้อมให้ความร่วมมือกับกกต.อย่างเต็มที่

“เรามั่นใจว่าได้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด การบริจาคครั้งนี้เป็นไปตามระเบียบ และเราพร้อมส่งเอกสารทั้งหมดให้กกต.ตรวจสอบ” นายวีระกล่าว

ผลกระทบทางการเมือง

กรณีนี้เกิดขึ้นในช่วงที่พรรคประชาชนกำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งทั่วไปที่คาดว่าจะมีขึ้นในปีหน้า นักวิเคราะห์มองว่าหากกกต.พบว่ามีการกระทำผิดจริง อาจส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของพรรคและอาจนำไปสู่การยุบพรรคได้

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

นายสมศักดิ์ สิทธิชัย อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิเคราะห์ว่า “การสอบสวนครั้งนี้เป็นบททดสอบสำคัญของกกต.ในการบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม หากปล่อยให้มีการละเมิดโดยไม่ดำเนินการ อาจทำให้เกิดบรรทัดฐานที่ไม่ดีในการเมืองไทย”

กกต.มีกำหนดจะสรุปผลการสอบสวนภายใน 30 วัน และจะรายงานต่อประธานกกต.เพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป