เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2567 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ในวาระที่ 2 และ 3 ด้วยคะแนนเสียงเห็นชอบ 295 เสียง ไม่เห็นชอบ 120 เสียง และงดออกเสียง 1 เสียง ส่งผลให้ร่างกฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้เป็นที่เรียบร้อย โดยมีวงเงินงบประมาณรวมทั้งสิ้น 3.75 ล้านล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณก่อนหน้าประมาณ 1.2 แสนล้านบาท
รายละเอียดสาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2568
ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ประกอบด้วยงบประมาณรายจ่ายจำนวน 3.75 ล้านล้านบาท โดยแบ่งเป็นงบประมาณรายจ่ายประจำ 2.75 ล้านล้านบาท และงบประมาณรายจ่ายลงทุน 750,000 ล้านบาท ขณะที่งบประมาณรายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลังอยู่ที่ 250,000 ล้านบาท ทั้งนี้ รายได้ที่คาดว่าจะจัดเก็บได้ในปีงบประมาณ 2568 อยู่ที่ 2.87 ล้านล้านบาท ส่งผลให้เกิดการขาดดุลงบประมาณจำนวน 880,000 ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลจะกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุล
การอภิปรายและข้อสังเกตของฝ่ายค้าน
ก่อนการลงมติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากฝ่ายค้านได้อภิปรายอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในประเด็นการจัดสรรงบประมาณที่ยังไม่ตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน เช่น งบประมาณด้านสาธารณสุขและการศึกษา รวมถึงการขาดความโปร่งใสในการใช้จ่ายงบประมาณบางรายการ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยืนยันว่างบประมาณนี้จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและพัฒนาประเทศตามนโยบายที่วางไว้
ขั้นตอนต่อไปหลังสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบ
หลังจากที่สภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบแล้ว ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 จะถูกส่งต่อไปยังวุฒิสภาเพื่อพิจารณาต่อไป โดยคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 30 วัน ก่อนจะส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจสอบและนำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและประชาชน
การผ่านร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฉบับนี้มีความสำคัญต่อการบริหารราชการแผ่นดินและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในปี 2568 โดยเฉพาะการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและโครงการสำคัญของรัฐบาล อย่างไรก็ตาม หนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้นจากการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลอาจเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ด้านประชาชนคาดหวังว่างบประมาณจะถูกนำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใส เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศ



