สส.ก้าวไกล ยื่นญัตติด่วนสอบนโยบายรัฐบาล ปมรถไฟฟ้า 20 บาท
สส.ก้าวไกล ยื่นญัตติด่วนสอบนโยบายรัฐบาล ปมรถไฟฟ้า 20 บาท

วันที่ 14 มีนาคม 2568 ที่รัฐสภา สส.พรรคก้าวไกล นำโดย นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมด้วยคณะ สส.ของพรรค ยื่นญัตติด่วนต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้สภาตรวจสอบนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายของรัฐบาล

เนื้อหาญัตติ

ญัตติด่วนดังกล่าวมีเนื้อหาสำคัญ คือ ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาศึกษาและตรวจสอบนโยบายดังกล่าว เนื่องจากเกรงว่านโยบายนี้จะเป็นนโยบายประชานิยมที่สร้างภาระทางการคลังในระยะยาว โดยเฉพาะการอุดหนุนค่าโดยสารที่อาจต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก

นายพิธากล่าวว่า นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายเป็นนโยบายที่รัฐบาลประกาศไว้ แต่ยังไม่มีความชัดเจนในหลายประเด็น เช่น แหล่งที่มาของงบประมาณอุดหนุน ผลกระทบต่อการเดินรถเอกชน และความยั่งยืนทางการคลัง พรรคก้าวไกลจึงเห็นว่าควรมีการตรวจสอบอย่างรอบคอบโดยกลไกของสภา

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

รายละเอียดนโยบาย

นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย เป็นนโยบายเรือธงของรัฐบาลที่ประกาศจะทำให้ค่าโดยสารรถไฟฟ้าทุกสายในกรุงเทพฯ และปริมณฑลอยู่ที่ 20 บาทตลอดสาย โดยไม่คิดตามระยะทาง ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในปี 2569 อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการเปิดเผยงบประมาณที่แน่ชัดว่าจะต้องใช้เงินอุดหนุนเท่าใด

พรรคก้าวไกลระบุว่า การอุดหนุนค่าโดยสารในอัตราต่ำเช่นนี้อาจต้องใช้งบประมาณปีละหลายหมื่นล้านบาท ซึ่งอาจกระทบต่องบประมาณในด้านอื่นๆ เช่น การศึกษา สาธารณสุข และโครงสร้างพื้นฐาน

ท่าทีของรัฐบาล

ด้านรัฐบาล ยังไม่มีการตอบรับหรือปฏิเสธญัตติด่วนนี้ โดยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวเพียงว่า รัฐบาลพร้อมชี้แจงข้อสงสัยของทุกฝ่ายในขั้นตอนการพิจารณาของสภา

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจบางส่วนแสดงความกังวลเกี่ยวกับความยั่งยืนของนโยบายนี้ โดยระบุว่าการอุดหนุนค่าโดยสารในอัตราคงที่โดยไม่คำนึงถึงต้นทุนที่แท้จริงอาจทำให้รัฐต้องแบกรับภาระทางการคลังที่สูงเกินไป

ความเคลื่อนไหวในสภา

คาดว่าญัตติด่วนนี้จะถูกบรรจุเข้าระเบียบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในสัปดาห์หน้า ซึ่งจะมีการอภิปรายและลงมติว่าจะตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญตามที่พรรคก้าวไกลเสนอหรือไม่

นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทเป็นหนึ่งในนโยบายหาเสียงที่โดดเด่นของรัฐบาล และถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดจากทั้งฝ่ายค้านและประชาชน เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพและการเดินทางของคนเมือง