จากกรณีที่กลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณ 5-6 คน บุกเข้าไปในบ้านของนายเดชา กิตติวิทยานันท์ หรือหมอเดชา ในพื้นที่จังหวัดนครปฐม เมื่อช่วงเย็นวันที่ 15 มกราคมที่ผ่านมา โดยใช้อาวุธปืนยิงใส่หมอเดชาได้รับบาดเจ็บที่บริเวณแขนและขา ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะหลบหนีไป เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความสะเทือนขวัญให้กับสังคมไทยอย่างมาก เนื่องจากหมอเดชาเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักในฐานะนักเคลื่อนไหวทางสังคม
หมอเดชาเปิดใจหลังเหตุการณ์
ล่าสุด หมอเดชาได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า ตนเองรู้สึกเจ็บใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ก็ไม่คิดที่จะเอาคืนหรือใช้ความรุนแรงตอบโต้ เพราะเชื่อว่าความรุนแรงไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหา พร้อมทั้งแสดงความเสียใจที่สังคมไทยยังคงใช้ความรุนแรงในการจัดการกับความขัดแย้ง
หมอเดชายังกล่าวอีกว่า เหตุการณ์ในครั้งนี้มีสาเหตุมาจากความขัดแย้งส่วนตัวกับกลุ่มบุคคลบางกลุ่ม ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวทางการเมืองหรือประเด็นสาธารณะแต่อย่างใด โดยยืนยันว่าตนเองจะยังคงทำงานเพื่อสังคมต่อไปแม้จะเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น
ปฏิกิริยาจากสังคม
หลังจากเกิดเหตุการณ์ มีผู้คนจำนวนมากแสดงความเห็นใจและส่งกำลังใจให้หมอเดชาผ่านทางโซเชียลมีเดีย รวมถึงเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีโดยเร็ว นอกจากนี้ยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของนักเคลื่อนไหวทางสังคมในประเทศไทยที่มักตกเป็นเป้าหมายของความรุนแรง
ด้านพลตำรวจโท สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 เปิดเผยว่า ขณะนี้ตำรวจได้สืบสวนหาหลักฐานและติดตามตัวผู้ก่อเหตุอย่างใกล้ชิด โดยเชื่อว่าจะสามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ในเร็ววัน พร้อมทั้งย้ำว่าเจ้าหน้าที่จะให้ความสำคัญกับคดีนี้เป็นพิเศษ
ประเด็นความรุนแรงในสังคมไทย
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาความรุนแรงที่ยังคงมีอยู่ในสังคมไทย ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งส่วนตัวหรือความเห็นต่างทางการเมือง การใช้กำลังหรืออาวุธในการแก้ปัญหาเป็นสิ่งที่ควรถูกประณามและต้องได้รับการจัดการอย่างจริงจังจากทุกภาคส่วน
นักวิชาการหลายท่านมองว่า สังคมไทยจำเป็นต้องหันมาให้ความสำคัญกับการสร้างสันติวิธีและการเจรจาเพื่อแก้ไขความขัดแย้ง รวมถึงการปลูกฝังค่านิยมที่ไม่ใช้ความรุนแรงตั้งแต่ระดับครอบครัวและสถาบันการศึกษา เพื่อลดปัญหาความรุนแรงในระยะยาว
ทั้งนี้ หมอเดชาได้ฝากข้อคิดทิ้งท้ายว่า ทุกคนสามารถเลือกที่จะไม่ใช้ความรุนแรงได้ แม้จะถูกกระทำหรือถูกยั่วยุเพียงใด การใช้สติและเหตุผลจะนำไปสู่ทางออกที่ดีกว่า



