สภาโหวตรับหลักการร่าง พ.ร.บ.ประชามติ ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม
สภาโหวตรับหลักการร่าง พ.ร.บ.ประชามติ ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม

เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2568 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติรับหลักการร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ด้วยคะแนนเสียง 269 ต่อ 173 เสียง โดยมีผู้ไม่ลงคะแนน 2 เสียง และงดออกเสียง 1 เสียง สาระสำคัญของร่างกฎหมายฉบับนี้คือการกำหนดให้ใช้เสียงข้างมากสองชั้นในการตัดสินผลประชามติ ซึ่งหมายความว่าต้องมีผู้มาใช้สิทธิออกเสียงไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด และต้องมีเสียงเห็นชอบเกินกึ่งหนึ่งของผู้มาใช้สิทธิ

รายละเอียดสาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.ประชามติ

นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงหลักการและเหตุผลว่า การแก้ไขเพิ่มเติมครั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ซึ่งกำหนดให้การออกเสียงประชามติต้องใช้เสียงข้างมากตามที่กฎหมายบัญญัติ โดยร่างกฎหมายนี้กำหนดให้การออกเสียงประชามติที่มีผลผูกพันต้องมีผู้มาใช้สิทธิไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และเสียงเห็นชอบต้องมากกว่าเสียงไม่เห็นชอบ มิฉะนั้นจะถือว่าประชามติไม่เป็นผล

การอภิปรายในสภาฯ

ในการอภิปราย ส.ส.ฝ่ายค้านหลายคนแสดงความกังวลว่าเกณฑ์ดังกล่าวอาจทำให้เกิดปัญหาในการจัดทำประชามติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นสำคัญ เช่น การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งอาจต้องใช้เสียงข้างมากสองชั้นทำให้ยากต่อการผ่านประชามติ ด้านนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าว กล่าวว่า การกำหนดเกณฑ์นี้จะช่วยให้ประชามติมีความชอบธรรมมากขึ้น และป้องกันไม่ให้เสียงส่วนน้อยสามารถพลิกผลประชามติได้

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ขั้นตอนต่อไป

หลังจากที่สภาฯ รับหลักการแล้ว ร่างกฎหมายนี้จะถูกส่งไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาในรายละเอียด ก่อนจะนำกลับมาเข้าสู่การพิจารณาในวาระที่สองและสามต่อไป โดยคาดว่าจะใช้เวลาพิจารณาประมาณ 30 วัน ทั้งนี้ ร่างกฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้เมื่อพ้นกำหนด 90 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา