ภูมิใจไทยเตรียมยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เสนอชื่อ 192 สส. 19 พ.ค. นี้
ภูมิใจไทยยกร่างรัฐธรรมนูญ เสนอชื่อ 192 สส. 19 พ.ค.

นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พรรคภูมิใจไทยจะนำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าสู่ที่ประชุมพรรคในวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 โดยขณะนี้ได้ร่างเนื้อหาไว้เรียบร้อยแล้ว หากที่ประชุมเห็นด้วย จะให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ของพรรคจำนวน 192 คน ลงชื่อเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพียงพรรคเดียว เนื่องจากมีจำนวนเสียงเพียงพอตามเงื่อนไขที่ต้องใช้ 1 ใน 5 ของสภา

เนื้อหาหลักของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ

นายภราดร กล่าวว่า เนื้อหาสำคัญของร่างใหม่นี้จะไม่นำปัญหาที่เคยเกิดขึ้นในร่างที่ผ่านมามาเขียนซ้ำ เพื่อให้ทุกฝ่ายสามารถเห็นพ้องต้องกันและเดินหน้าต่อไปได้ โดยจะกำหนดให้สภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) มาจากการคัดเลือกผ่านกลไกรัฐสภา โดยเปิดโอกาสให้ผู้สนใจสมัครเข้ารับการคัดเลือก

เหตุผลที่ไม่ยืนยันร่างเดิม

นายภราดร ชี้แจงถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรีไม่ยืนยันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ค้างอยู่ในรัฐสภาชุดที่ผ่านมา ว่าเป็นเพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญในสภาสมัยก่อนเป็นเหตุให้เกิดการยุบสภา เนื่องจากมีความขัดแย้งเรื่องการตัดอำนาจสมาชิกวุฒิสภา (สว.) 1 ใน 3 ในการให้ความเห็นชอบแก้ไขรัฐธรรมนูญ หากรัฐบาลยืนยันร่างเดิม ก็คาดว่าสถานการณ์ในสภาจะไม่แตกต่างจากก่อนยุบสภา และเชื่อว่าวาระ 3 จะไม่สามารถโหวตผ่านได้ ทำให้เสียเวลาและทำให้เจตนารมณ์ของประชาชนที่ออกไปทำประชามติเสียไป

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

รัฐบาลเปิดพื้นที่รับฟังผู้ประกอบการ

นายภราดร ยังกล่าวถึงการหารือกับนายกรัฐมนตรีที่ตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับเวที “ผู้ประกอบการพูด รัฐบาล” ในวันที่ 15 พฤษภาคม ว่า รัฐบาลมีแนวทางเชิญบริษัทขนาดใหญ่มาหารือเกี่ยวกับผลกระทบจากภัยสงครามที่เกิดขึ้นต่อซัพพลายเชนและธุรกิจในวงกว้าง เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและรับฟังข้อเสนอ ซึ่งถือเป็นมิติใหม่ที่รัฐบาลเปิดทำเนียบรัฐบาลให้ผู้ประกอบการได้แสดงความคิดเห็น

รัฐบาลต้องการรับฟังความคิดเห็นจากทุกกลุ่ม โดยก่อนหน้านี้ได้เปิดรับฟังกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และวันนี้เป็นบริษัทผู้ประกอบการขนาดใหญ่ ในอนาคตอาจขยายไปถึงผู้ประกอบการรายย่อย SME และกลุ่มอื่น ๆ เพื่อเปิดพื้นที่ให้ทุกกลุ่มในสังคมได้แสดงมุมมองของตน ซึ่งรัฐบาลจะนำไปปรับใช้เป็นแนวทางและนโยบายต่อไป