อนุทิน ประชุม 193 ว่าที่ สส.ภูมิใจไทย กำชับห้ามมีมุ้ง-ก๊วน ย้ำเอกภาพภายในพรรค
เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมว่าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ของพรรคภูมิใจไทย จำนวนทั้งสิ้น 193 คน โดยการประชุมครั้งนี้ดำเนินไปอย่างเรียบร้อยดี คล้ายคลึงกับการปฐมนิเทศในครั้งก่อนหน้า ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ว่าที่ สส. ที่ได้รับคะแนนสูงสุดในแต่ละเขตเลือกตั้งได้เข้าร่วมร่วมกันอย่างเป็นทางการ
นายอนุทิน เปิดเผยว่า จำนวนพรรคการเมืองที่จะเข้ามาร่วมสนับสนุนนั้น ยังคงต้องรอการประกาศอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หรือความชัดเจนของจำนวน สส. ที่แท้จริงก่อน จึงจะสามารถกำหนดได้อย่างชัดเจนมากขึ้น
เตือนเคลียร์หุ้นสื่อ-สัมปทาน ป้องกันตกม้าตาย
ในที่ประชุม นายอนุทิน ได้กำชับว่าที่ สส. ทุกคนให้เคลียร์เรื่องหุ้นสื่อ หุ้นสัมปทาน หรือคุณสมบัติต้องห้ามต่างๆ ให้เรียบร้อยก่อนการรายงานตัว พร้อมทั้งเตือนถึงความเสี่ยงที่อาจนำไปสู่การ ตกม้าตาย หรือ ตายน้ำตื้น หากยังคงถือหุ้นหรือลงทุนในส่วนที่ขัดข้องกับกฎหมาย
ใครยังมีสภาพเป็นนักลงทุน ฝากพอร์ตไว้กับโบรกเกอร์ ไม่ใช่ว่าวันนี้โบรกเกอร์บอกให้ซื้อหุ้นตัวนี้ดี แต่กลายเป็นหุ้นสื่อ หุ้นสัมปทาน ก็จะกลายเป็นตกม้าตาย ตายน้ำตื้นเปล่าๆ เราก็เตือนเขาตรงนี้ นายอนุทิน กล่าวย้ำ พร้อมเสริมว่า เมื่อปวารณาตัวมารับใช้ประชาชนแล้ว เรื่องประโยชน์ส่วนตัวหรือการทำมาหากินต้องลดความสำคัญลง หากใครยังห่วงเรื่องทำมาหากินอยู่ ก็ไม่ควรเข้ามาเป็น สส. เพราะเมื่อเข้ามาแล้วต้องเลิกหวังในผลกำไรต่างๆ เพื่อไม่ให้เกิดความวอกแวก
ย้ำเอกภาพพรรค ห้ามมีมุ้ง-ก๊วน ยกเว้นมุ้งอนุทิน
นายอนุทิน ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของเอกภาพภายในพรรคภูมิใจไทย โดยประกาศชัดเจนว่าในพรรคห้ามมี มุ้ง หรือกลุ่มย่อยใดๆ ทั้งสิ้น มุ้งมีมุ้งเดียวคือมุ้งอนุทิน ห้ามตั้งมุ้งตั้งก๊วน เพื่อรักษาอัตลักษณ์ของพรรคที่ต้องไปไหนไปด้วยกัน มีเอกภาพและภราดรภาพ ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยจะไม่ยอมให้เกิดขึ้น แม้ว่าในวันนี้พรรคจะมี สส. เกือบ 200 คน ก็ไม่ได้หมายความว่าจะอนุญาตให้มีกลุ่มหรือก๊วนได้
ยังไม่ต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรี รอตัวเลขสุดท้ายและฟังเสียงประชาชน
เมื่อถูกถามถึงการต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรี นายอนุทิน ตอบว่า ยังไม่มีการต่อรองใดๆ ในขณะนี้ ส่วนประเด็นการเดินทางไปกระทรวงการต่างประเทศและกรณี MOU 44 นั้น ได้สั่งการให้ยกเลิก MOU 44 ให้เร็วที่สุดแล้ว
สำหรับกรณีอาคารโดมพันล้านถล่มที่บางพลี และข้อสังเกตเกี่ยวกับบริษัทซิโน-ไทย นายอนุทิน ปฏิเสธว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทซิโน-ไทยมากว่า 20 ปีแล้ว จึงไม่เกี่ยวข้องกับตนแต่อย่างใด
นายอนุทิน ยังกล่าวถึงการมาเยือนของพรรคพลังประชารัฐและพรรคเศรษฐกิจ โดยตนมาไม่ทัน แต่ได้รับทราบจากนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ว่ามีการประสานงานและสนับสนุนให้ตนเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ยังมีขั้นตอนต่อไปที่ต้องดำเนินการ ส่วนการรวมพรรคขนาดเล็กเข้าร่วมรัฐบาล ยังไม่ได้พบโดยตรงเนื่องจากติดภารกิจที่ทำเนียบรัฐบาลและประชุมพรรค แต่มีผู้ใหญ่ในพรรคคอยประสานงานอยู่แล้ว
รัฐบาลต้องแข็งแกร่งและมีเสถียรภาพเป็นความตั้งใจหลัก นายอนุทิน เน้นย้ำ และเมื่อถูกถามย้ำเรื่องไม่เอาพรรคที่เกี่ยวข้องกับทุนเทา นายอนุทิน ตอบว่า ต้องฟังเสียงประชาชนอยู่แล้ว แสดงให้เห็นถึงการเปิดกว้างในการตัดสินใจ
เดินหน้าคนละครึ่งเฟส 2 ต่อเนื่องไม่สิ้นสุด
ในส่วนของนโยบายเศรษฐกิจ นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับโครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2 ว่าเป็นนโยบายที่ต้องดำเนินการทันที เพราะไม่มีทางออกอื่นนอกจากรีบทำ และได้เน้นย้ำกับนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังว่า หากนโยบายใดสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจและทำให้ประชาชนพึงพอใจ เช่น คนละครึ่งเฟสแรก ก็ควรดำเนินการต่อเนื่องไปยังเฟส 3, 4, 5, 6 ไปเรื่อยๆ จุด จุด จุด เป็นอินฟินิตี นายอนุทิน กล่าวปิดท้าย พร้อมย้ำความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง