แลนด์บริดจ์เดินหน้า! คกก.ชุดใหญ่ตั้งอนุฯ 3 ชุด เร่งศึกษารอบด้าน 90 วัน
แลนด์บริดจ์เดินหน้า! ตั้งอนุฯ 3 ชุด เร่งศึกษารอบด้าน 90 วัน

วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการศึกษาแนวทางขับเคลื่อนโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งเพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (โครงการแลนด์บริดจ์) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมนัดแรก ซึ่งมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน

ที่ประชุมหารือข้อมูลพื้นฐานและแนวทางการทำงาน

ที่ประชุมได้หารือถึงข้อมูลพื้นฐานต่างๆ ในการทำงาน โดยมีกรอบเวลา 90 วัน ดังนั้น การศึกษาใหม่ตั้งแต่ต้นจึงเป็นไปไม่ได้ คณะกรรมการจึงใช้ผลการศึกษาที่มีอยู่ของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ซึ่งเป็นผลการศึกษาล่าสุดที่มีรายละเอียดค่อนข้างมาก รวมถึงรายงานจากวุฒิสภาที่ได้ศึกษาไว้มาประกอบการทำงานด้วย

เกณฑ์การพิจารณาจะดูสมมติฐาน แนวโน้มของปัญหาต่างๆ ในปัจจุบันและอนาคต การขนส่งสินค้าของโครงการแลนด์บริดจ์ที่จะเชื่อมทั้งสองฝั่ง รวมถึงความเป็นไปได้ในเชิงธุรกิจ พร้อมยืนยันว่า การทำงานจะพิจารณาผลกระทบทุกมิติ รวมถึงด้านสิ่งแวดล้อม และจะมีการรับฟังความเห็นภาคประชาชนด้วย

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ 3 คณะ

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบให้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ 3 คณะ ประกอบด้วย

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
  • คณะอนุกรรมการพิจารณาแนวทางการขับเคลื่อนโครงการแลนด์บริดจ์ โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคเอกชนและนักวิชาการเข้าร่วมด้วย
  • คณะอนุกรรมการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม โดยมีปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นประธาน รวมถึงผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิ่งแวดล้อม และผู้แทนหน่วยงานเป็นกรรมการ
  • คณะอนุกรรมการพิจารณาและขับเคลื่อนกระบวนการมีส่วนร่วมและการสื่อสารสาธารณะ โดยมีปลัดกระทรวงคมนาคมเป็นประธาน ซึ่งจะเปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนรับทราบ รวมถึงการปรึกษาเชิงสาธารณะ โดยพิจารณาทั้งข้อกังวลและความห่วงใยในพื้นที่

อนุกรรมการทั้ง 3 คณะจะรายงานผลการดำเนินงานต่อคณะกรรมการฯ เพื่อพิจารณาในการประชุมครั้งถัดไปในช่วงเดือนมิถุนายน

การรับฟังเสียงนักวิชาการและเอ็นจีโอ

นายดนุชากล่าวว่า จะต้องนำความคิดเห็นของนักวิชาการและเอ็นจีโอมาประกอบการพิจารณาด้วยทั้งหมด ส่วนประเด็นเกี่ยวกับรูปแบบกฎหมาย เช่น การออกเป็นพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เหมือนกับ พ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) หรือไม่นั้น นายดนุชาระบุว่า เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ต้องไปดูก่อนว่าโครงการมีลักษณะในเชิงธุรกิจหรือไม่ และกลไกในแง่ข้อกฎหมายจะเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาต่อไป

กรอบเวลา 90 วันและการปรับปรุงข้อมูล

เบื้องต้นจะดูเรื่องความเป็นไปได้ในการพัฒนาโครงการก่อน ส่วนเรื่องของกฎหมายยังไม่มีการพูดถึงในขณะนี้ แต่ยืนยันว่าจะรีบดำเนินการ โดยกรอบ 90 วันจะนับจากวันที่ประกาศตั้งคณะกรรมการชุดนี้ นายดนุชายืนยันว่าจะนำเรื่องเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์มาประกอบการพิจารณาด้วย โดยต้องดูว่าการศึกษาในอดีตกับปัจจุบันมีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ซึ่งผลการศึกษาของสนข. ทำไว้เมื่อปี 2566 ดังนั้นวันนี้ต้องดูเรื่องของภูมิรัฐศาสตร์ว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงหรือไม่ และจะต้องปรับให้เป็นปัจจุบัน

นายดนุชากล่าวทิ้งท้ายว่า จะพยายามทำให้เต็มที่ให้ทันกรอบเวลา 90 วัน แต่หากไม่ทันก็จะขอนายกรัฐมนตรีขยายเวลา