การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) จัดพิธีครบรอบการสถาปนา 75 ปี พร้อมกิจกรรมเพื่อสังคม มอบเงินสนับสนุนองค์กรสาธารณกุศล และรางวัลแก่พนักงาน โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน พร้อมด้วยนายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และคณะผู้บริหารเข้าร่วม ณ อาคาร PAT Arena
ผลประกอบการครึ่งปีแรก กำไร 3.5 พันล้าน
กทท. เปิดเผยผลการดำเนินงานช่วงครึ่งปีแรกของปีงบประมาณ 2569 (ตุลาคม 2568 – มีนาคม 2569) มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีรายได้รวม 8,306 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.30% กำไรสุทธิ 3,571 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.88% จำนวนเรือเทียบท่า 7,610 เที่ยว เพิ่มขึ้น 3.24% ปริมาณสินค้าผ่านท่า 63.86 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 3.53% และตู้สินค้าผ่านท่า 6.08 ล้าน ที.อี.ยู. เพิ่มขึ้น 9.19%
ยุทธศาสตร์ 5 ด้าน สู่ท่าเรืออัจฉริยะ
ว่าที่ร้อยตรีรัฐกร เขียวไพศาล รองผู้อำนวยการ กทท. สายบริหารการเงินและกลยุทธ์องค์กร รักษาการแทนผู้อำนวยการ กทท. กล่าวว่า กทท. พร้อมเดินหน้าพัฒนาองค์กรภายใต้แนวคิด Empowering Thailand’s Future โดยขับเคลื่อน 5 ด้านสำคัญ ได้แก่
- ท่าเรืออัจฉริยะ (Smart Port)
- ท่าเรือที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Port)
- การเสริมศักยภาพชุมชน (Community Empowerment)
- การเชื่อมโยงโลจิสติกส์ระดับภูมิภาค (Regional Connectivity)
- การพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 (Laem Chabang Port Phase 3)
พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทุกท่าเรือ
สำหรับท่าเรือกรุงเทพ กทท. เร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน รองรับปริมาณสินค้าที่เพิ่มขึ้น ด้วยการนำเทคโนโลยีและระบบดิจิทัลมาใช้ สู่ท่าเรือกึ่งอัตโนมัติ (Semi-Automated Port) พัฒนาศูนย์กระจายสินค้าและศูนย์เชื่อมโยงการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ รวมถึงเส้นทางเชื่อมต่อท่าเรือกรุงเทพและทางพิเศษบางนา-อาจณรงค์ เพื่อลดผลกระทบด้านการจราจร
ส่วนท่าเรือแหลมฉบัง ดำเนินโครงการระยะที่ 3 ตามแผน เร่งบริหารจัดการการจราจรและการขนส่งสินค้าให้คล่องตัว รองรับการขยายตัวของภาคการค้าและการขนส่งของประเทศ ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการในอนาคต
ท่าเรือภูมิภาค กทท. มุ่งพัฒนาศักยภาพให้สอดคล้องกับบทบาททางเศรษฐกิจของแต่ละพื้นที่ โดยท่าเรือระนองรองรับการขนส่งสินค้าฝั่งทะเลอันดามัน เชื่อมโยงการค้ากับกลุ่มประเทศ BIMSTEC สนับสนุนเขตเศรษฐกิจภาคใต้ (SEC) ขณะที่ท่าเรือพาณิชย์เชียงแสนและท่าเรือเชียงของ ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน เสริมบทบาทศูนย์กลางการค้าลุ่มน้ำโขงและเชื่อมโยงเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน
นอกจากนี้ กทท. ยังให้ความสำคัญกับการดูแลสิ่งแวดล้อม คุณภาพชีวิตของประชาชน และการอยู่ร่วมกับชุมชนรอบพื้นที่ เพื่อการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน



