นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2569 ว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีดำริให้นำข้อเสนอสำคัญจากภาคเอกชนที่ได้จากเวที "ผู้ประกอบการพูด รัฐบาลฟัง" เข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อให้ข้อเสนอแต่ละด้านมีหน่วยงานรับผิดชอบชัดเจน และถูกนำไปขับเคลื่อนเป็นรูปธรรม ไม่ใช่เป็นเพียงการรับฟังในห้องประชุม
เวทีดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม 2569 ณ ทำเนียบรัฐบาล โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากภาคเอกชน 10 กลุ่มอุตสาหกรรมเข้าร่วม ครอบคลุมธนาคาร โรงแรม ท่องเที่ยว ก่อสร้าง อสังหาริมทรัพย์ พลังงาน ปิโตรเลียม เกษตร ค้าปลีก และสินค้าอุปโภคบริโภค การแสดงความคิดเห็นในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อนำไปกำหนดเป็นแผนปฏิบัติการ (Action Plan) ที่ชัดเจน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน
ข้อเสนอจากภาคเอกชนครอบคลุมหลายมิติ
นางสาวรัชดากล่าวว่า ข้อเสนอจากภาคเอกชนครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงมิติธุรกิจ แต่เชื่อมโยงโดยตรงกับชีวิตประชาชนทุกระดับ อาทิ
- การเติบโตของภาคธุรกิจ ทั้งรายใหญ่และรายย่อย รวมถึงการผลักดันเศรษฐกิจใหม่ เช่น อุตสาหกรรมดิจิทัล พลังงานสะอาด และเทคโนโลยีขั้นสูง จะช่วยสร้างงานและเพิ่มรายได้ให้ประชาชน
- การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ระบบน้ำและพลังงานสะอาด จะช่วยลดต้นทุนทั้งระบบ ทำให้ค่าไฟมีเสถียรภาพ เกษตรกรมีน้ำใช้ตลอดปี ลดความเสี่ยงจากภัยแล้ง และลดค่าครองชีพในระยะยาว
- การปรับปรุงกฎระเบียบ และเพิ่มความโปร่งใสในการดำเนินงานของภาครัฐ จะช่วยเสริมความเชื่อมั่นของนักลงทุน ดึงดูดเงินลงทุนใหม่เข้าสู่ประเทศ อันจะนำไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจและโอกาสของประชาชนในระยะยาว
- การผลักดันอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น AI, High Technology และอุตสาหกรรมสีเขียว จะเกิดงานทักษะสูงรายได้สูง เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงอาชีพใหม่ และช่วยให้ SME แข่งขันได้ดีขึ้น พร้อมกระจายรายได้ไปถึงชุมชนและท้องถิ่น ไม่กระจุกอยู่แค่เมืองใหญ่
- การแก้ไขปัญหา SME โดยเฉพาะรายย่อย (ไมโคร SME) ที่ยังเข้าไม่ถึงมาตรการของรัฐและแหล่งเงินกู้ ซึ่งช่วยให้รัฐบาลออกมาตรการช่วยเหลือในอนาคตได้อย่างตรงจุด ควบคู่กับการสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม เพื่อให้ผู้ประกอบการรายย่อยอยู่รอดและรักษาการจ้างงานได้อย่างยั่งยืน
รัฐบาลเร่งตั้งคณะกรรมการร่วมติดตามผล
โฆษกรัฐบาลย้ำว่า ข้อเสนอจากภาคเอกชนหลายเรื่องสอดคล้องกับนโยบายที่รัฐบาลผลักดันอยู่ แต่ยังมีรายละเอียดที่ต้องทำร่วมกัน ดังนั้น เพื่อให้เกิดผลโดยเร็ว รัฐบาลจะเดินหน้าจัดตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) พร้อมสร้างระบบ Dashboard ติดตามผลทุกมาตรการ และนัดประเมินผลร่วมกันภายใน 6 เดือน เพื่อให้ประชาชนเห็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง
“การเปิดรับฟังข้อเสนอจากภาคเอกชนครั้งนี้ เป็นกลไกสำคัญที่ทำให้รัฐบาลออกนโยบายได้ตรงจุดและตอบโจทย์ประชาชนมากขึ้น รัฐบาลยืนยันว่าจะเร่งผลักดันข้อเสนอที่เป็นประโยชน์ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง ทั้งในชีวิตประจำวันและในระยะยาวของประเทศ” นางสาวรัชดากล่าว



