ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องยุบพรรคก้าวไกล
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 เสียง รับคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ขอให้ยุบพรรคก้าวไกล เนื่องจากมีพฤติกรรมล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 92
การรับคำร้องครั้งนี้สืบเนื่องจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2567 ที่ระบุว่าการเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ของพรรคก้าวไกลเป็นการล้มล้างการปกครอง โดยศาลมีคำสั่งให้พรรคก้าวไกลยุติการดำเนินการดังกล่าว
ข้อกล่าวหาจาก กกต.
กกต. ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2567 โดยระบุว่าพรรคก้าวไกลยังคงมีพฤติกรรมที่เข้าข่ายล้มล้างการปกครอง หลังจากที่ศาลมีคำวินิจฉัยแล้ว โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวของแกนนำพรรคที่ยังคงวิพากษ์วิจารณ์คำวินิจฉัยของศาลและมีท่าทีไม่ยอมรับ
ตามกฎหมาย หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าพรรคก้าวไกลมีความผิดจริง พรรคอาจถูกยุบ และกรรมการบริหารพรรคอาจถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี ตามมาตรา 92 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง
ปฏิกิริยาจากพรรคก้าวไกล
นายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า พรรคพร้อมต่อสู้คดีในชั้นศาล และยืนยันว่าการเสนอแก้ไข ม.112 เป็นกระบวนการทางนิติบัญญัติที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ โดยไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของศาลที่ผ่านมา "เราจะใช้สิทธิตามกฎหมายในการต่อสู้คดีนี้อย่างเต็มที่" นายชัยธวัชกล่าว
ด้านนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวว่า คำร้องของ กกต. เป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง และพรรคจะไม่ยอมจำนนต่ออำนาจที่ไม่เป็นธรรม
ผลกระทบทางการเมือง
การรับคำร้องของศาลรัฐธรรมนูญในครั้งนี้สร้างความกังวลในแวดวงการเมือง เนื่องจากพรรคก้าวไกลเป็นพรรคอันดับหนึ่งในการเลือกตั้ง 2566 โดยมี ส.ส. 151 คน หากพรรคถูกยุบจะส่งผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาลและสภา
นักวิเคราะห์มองว่าคดีนี้อาจยืดเยื้อไปอีกหลายเดือน และอาจส่งผลต่อคะแนนนิยมของพรรคก้าวไกลในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ขณะที่ฝ่ายสนับสนุนพรรคมองว่าเป็นการปิดกั้นการตรวจสอบอำนาจของสถาบัน
ศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนครั้งแรกในวันที่ 15 เมษายน 2567 โดยพรรคก้าวไกลต้องส่งคำชี้แจงภายใน 15 วันนับจากได้รับสำเนาคำร้อง



