ตลาดหุ้นไทยปิดในแดนบวกที่ 1,302.58 จุด เพิ่มขึ้น 3.36 จุด หรือ 0.26% จากวันก่อนหน้า โดยมีมูลค่าการซื้อขายรวม 34,653 ล้านบาท ตามทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศที่ปรับตัวขึ้น หลังจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่อ่อนแอกว่าคาด ส่งผลให้นักลงทุนกลับมาซื้อหุ้นกลุ่มพลังงานและธนาคารนำตลาด
ปัจจัยหนุนจากตลาดต่างประเทศ
นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ลิเบอเรเตอร์ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นสอดคล้องกับตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชีย จากแรงซื้อที่กลับเข้ามาในหุ้นกลุ่มพลังงานและธนาคาร โดยเฉพาะหุ้น PTT และ KBANK ที่มีแรงซื้อหนาแน่น หลังจากตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐฯ เดือนเมษายนออกมาต่ำกว่าคาดการณ์ สะท้อนเศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอตัว ซึ่งเพิ่มโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งหน้า
กลุ่มพลังงานและธนาคารนำตลาด
หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้นนำตลาด โดยเฉพาะ PTT ปิดที่ 33.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท หรือ 2.29% รับแรงซื้อจากนักลงทุนต่างชาติ ขณะที่หุ้นกลุ่มธนาคารก็ปรับตัวขึ้น เช่น KBANK ปิดที่ 128.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท หรือ 0.78% และ SCB ปิดที่ 100.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ 0.50% ด้านหุ้นกลุ่มอื่นที่ปรับตัวขึ้นเด่น ได้แก่ ADVANC ปิดที่ 205.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท หรือ 0.98% และ CPALL ปิดที่ 56.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ 0.89%
แนวโน้มตลาดวันพรุ่งนี้
นายวิจิตร คาดว่า ตลาดหุ้นไทยในวันพรุ่งนี้มีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อได้อีก จากแรงซื้อที่ยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะหุ้นขนาดใหญ่ที่มีปัจจัยพื้นฐานดี อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามปัจจัยการเมืองในประเทศ และตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ โดยให้แนวต้านที่ 1,310 จุด และแนวรับที่ 1,295 จุด
ด้านนายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยยังมีปัจจัยบวกจากเศรษฐกิจไทยที่เริ่มฟื้นตัว และการลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาล ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการลงทุนในประเทศ นอกจากนี้ การปรับลดดอกเบี้ยของเฟดจะเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้นไทยในระยะต่อไป



