ศาล รธน. มีมติ 8:1 ตีตกคำร้อง 'ก้าวไกล' สิ้นสุดภารกิจ
ศาล รธน. มีมติ 8:1 ตีตกคำร้อง 'ก้าวไกล' สิ้นสุดภารกิจ

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 8 ต่อ 1 เสียง ตีตกคำร้องของพรรคก้าวไกลที่ขอให้ศาลวินิจฉัยสถานะของพรรคหลังถูกสั่งยุบ สิ้นสุดกระบวนการทางกฎหมายของพรรค

มติศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาด

ศาลรัฐธรรมนูญได้ประชุมและลงมติเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2567 ด้วยคะแนนเสียง 8 ต่อ 1 เสียง ให้ตีตกคำร้องของพรรคก้าวไกลที่ยื่นขอให้ศาลวินิจฉัยสถานะของพรรค หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคเมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยให้เหตุผลว่าคำร้องดังกล่าวไม่เป็นสาระอันควรได้รับการวินิจฉัย เนื่องจากศาลได้มีคำวินิจฉัยในประเด็นเดียวกันไปแล้ว

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวภายหลังทราบผลว่า "เรายอมรับคำวินิจฉัยของศาล และจะดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป แต่เรายังคงยืนยันในอุดมการณ์ของพรรค"

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ผลกระทบต่อพรรคก้าวไกล

การตีตกคำร้องครั้งนี้ส่งผลให้พรรคก้าวไกลต้องยุติบทบาททางการเมืองอย่างเป็นทางการ โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคจำนวน 151 คน จะต้องย้ายไปสังกัดพรรคการเมืองอื่นภายใน 60 วัน มิฉะนั้นจะถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี ตามที่กฎหมายกำหนด

นอกจากนี้ ทรัพย์สินของพรรคก้าวไกลจะถูกโอนไปยังพรรคการเมืองที่สมาชิกส่วนใหญ่ย้ายไปสังกัด ซึ่งคาดว่าสมาชิกส่วนใหญ่จะย้ายไปอยู่พรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์

ปฏิกิริยาจากฝ่ายต่างๆ

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คำวินิจฉัยของศาลถือเป็นที่สุด และทุกฝ่ายต้องเคารพคำวินิจฉัย พร้อมย้ำว่าไม่มีการเมืองใดอยู่นอกเหนือกฎหมาย

ด้านนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ระบุว่า "นี่คือจุดจบของพรรคก้าวไกลในรูปแบบเดิม แต่แนวคิดและอุดมการณ์จะยังคงอยู่ เราจะเดินหน้าต่อไปภายใต้รูปแบบใหม่"

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

กระบวนการทางกฎหมายสิ้นสุด

การตีตกคำร้องครั้งนี้ถือเป็นการปิดฉากกระบวนการทางกฎหมายของพรรคก้าวไกลอย่างสมบูรณ์ หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยก่อนหน้านี้ว่าการกระทำของพรรคก้าวไกลในการเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เข้าข่ายล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ทั้งนี้ พรรคก้าวไกลถูกยุบเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2567 ด้วยมติ 9 ต่อ 0 เสียง โดยมีข้อหาหลักคือ การกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข