ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 วินิจฉัยวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 8 ปี ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สิ้นสุดลงในวันที่ 24 สิงหาคม 2565 ตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 158 วรรคสอง
คำวินิจฉัยชี้ชะตานายกรัฐมนตรี
ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยกลางเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2565 โดยระบุว่าวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของพล.อ.ประยุทธ์ เริ่มนับตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม 2557 ซึ่งเป็นวันที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเขาเป็นนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557
ศาลชี้แจงว่าตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 158 วรรคสอง กำหนดให้นายกรัฐมนตรีดำรงตำแหน่งรวมกันได้ไม่เกิน 8 ปี โดยนับรวมระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งก่อนรัฐธรรมนูญนี้มีผลใช้บังคับด้วย ดังนั้นวาระของพล.อ.ประยุทธ์จึงสิ้นสุดในวันที่ 24 สิงหาคม 2565 ซึ่งครบ 8 ปีพอดี
ผลกระทบทางการเมือง
คำวินิจฉัยนี้ส่งผลให้พล.อ.ประยุทธ์ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีทันที เนื่องจากพ้นจากตำแหน่งตามวาระ โดยศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้มีการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ตามกระบวนการรัฐธรรมนูญ โดยรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายจะทำหน้าที่รักษาการนายกรัฐมนตรีเป็นการชั่วคราว
ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีรวม 8 ปี 1 เดือน 6 วัน นับตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม 2557 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2565 ซึ่งเป็นวันอ่านคำวินิจฉัย
ปฏิกิริยาจากฝ่ายต่างๆ
นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า คำวินิจฉัยนี้เป็นชัยชนะของหลักนิติธรรม และเป็นบทพิสูจน์ว่าศาลรัฐธรรมนูญยังคงทำหน้าที่ด้วยความเที่ยงธรรม โดยเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพคำวินิจฉัยของศาล
ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลจะปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และจะเร่งดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายเพื่อให้มีนายกรัฐมนตรีคนใหม่โดยเร็ว
การต่อเวลาทางการเมือง
แม้คำวินิจฉัยจะชี้ว่าวาระของพล.อ.ประยุทธ์สิ้นสุดลงตั้งแต่เดือนสิงหาคม แต่การที่ศาลใช้เวลาร่วมเดือนในการวินิจฉัย ทำให้เกิดช่องว่างทางการเมือง โดยนักวิชาการบางส่วนชี้ว่าศาลควรมีคำวินิจฉัยที่รวดเร็วกว่านี้เพื่อลดความไม่แน่นอน
ศาลรัฐธรรมนูญระบุว่า การตีความวาระ 8 ปี ต้องนับรวมระยะเวลาก่อนรัฐธรรมนูญ 2560 ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่ต้องการจำกัดวาระนายกรัฐมนตรีไม่ให้ยาวนานเกินไป



