ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 เสียง ยุบพรรคก้าวไกล เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2567 เนื่องจากมีพฤติกรรมล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยคำวินิจฉัยระบุว่าการกระทำของพรรคก้าวไกลในการเสนอแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และการปราศรัยหาเสียงเลือกตั้งที่ผ่านมา เข้าข่ายเป็นการกระทำที่บ่อนทำลายการปกครอง
รายละเอียดคำวินิจฉัย
ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าพรรคก้าวไกลใช้สิทธิเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครอง โดยเฉพาะการเสนอแก้ไขมาตรา 112 ซึ่งเป็นกฎหมายคุ้มครองสถาบันพระมหากษัตริย์ และการปราศรัยที่มีเนื้อหาวิพากษ์วิจารณ์สถาบันฯ อย่างรุนแรง นอกจากนี้ยังมีหลักฐานว่าพรรคมีนโยบายชัดเจนในการแก้ไขมาตรา 112 ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 49 ที่ห้ามใช้สิทธิเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครอง
ผลกระทบต่อกรรมการบริหารพรรค
ศาลฯ มีคำสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของกรรมการบริหารพรรคก้าวไกลที่มีตำแหน่งอยู่ในวันที่ศาลรับคำร้อง (วันที่ 3 เมษายน 2567) เป็นเวลา 10 ปี ซึ่งรวมถึงนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค และนายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค รวมทั้งสิ้น 11 คน โดยกรรมการบริหารที่ถูกเพิกถอนสิทธิจะไม่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งหรือดำรงตำแหน่งทางการเมืองใด ๆ ได้เป็นเวลา 10 ปี
ปฏิกิริยาจากพรรคก้าวไกล
นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กล่าวภายหลังคำวินิจฉัยว่า “เรายอมรับคำตัดสินของศาล แต่ไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยนี้ เพราะเราเชื่อว่าการเสนอแก้ไขกฎหมายเป็นเรื่องที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และเราไม่เคยมีเจตนาล้มล้างการปกครอง” พร้อมประกาศว่าจะเดินหน้าต่อสู้ทางการเมืองต่อไป โดยจะรวมตัวกับสมาชิกพรรคและประชาชนที่เห็นด้วยเพื่อจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่
ผลกระทบทางการเมือง
การยุบพรรคก้าวไกลครั้งนี้ส่งผลให้สภาผู้แทนราษฎรมีจำนวนสมาชิกลดลง 148 คน โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคก้าวไกลจะต้องย้ายไปอยู่พรรคการเมืองอื่นภายใน 60 วัน ตามที่กฎหมายกำหนด มิฉะนั้นจะหมดสภาพการเป็น ส.ส. การยุบพรรคครั้งนี้อาจส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่ เนื่องจากพรรคก้าวไกลเป็นพรรคอันดับหนึ่งในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา
ความเห็นจากนักวิชาการ
รศ.ดร.พรสันต์ เลี้ยงบุญเลิศชัย อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า “คำวินิจฉัยนี้เป็นบรรทัดฐานที่สำคัญในการตีความขอบเขตของสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ และอาจส่งผลต่อการเคลื่อนไหวทางการเมืองในอนาคต” ขณะที่กลุ่มนักเคลื่อนไหวและนักศึกษาเตรียมชุมนุมประท้วงคำตัดสินดังกล่าวในหลายพื้นที่



