ก้าวไกลยื่นซักฟอกนายกฯ-ครม.ปมรัฐธรรมนูญ-พลังงาน
ก้าวไกลยื่นซักฟอกนายกฯ-ครม.ปมรัฐธรรมนูญ-พลังงาน

พรรคก้าวไกลยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2568 โดยมีเนื้อหาหลักเกี่ยวกับปัญหาการละเมิดรัฐธรรมนูญและความล้มเหลวในการบริหารจัดการพลังงานที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน

ประเด็นรัฐธรรมนูญ

นายชัยธวัช ตุลาธน สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวว่า การกระทำของรัฐบาลที่ผ่านมา โดยเฉพาะการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรม และการละเลยข้อเสนอของฝ่ายค้าน ถือเป็นการละเมิดเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญปี 2560 โดยตรง

“รัฐบาลไม่เคารพเสียงของประชาชน และพยายามสืบทอดอำนาจผ่านกลไกที่ไม่โปร่งใส” นายชัยธวัชกล่าว พร้อมย้ำว่าญัตตินี้มุ่งตรวจสอบการทำงานของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

นโยบายพลังงาน

อีกประเด็นสำคัญคือปัญหาเรื่องพลังงาน โดยเฉพาะค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ กล่าวหารัฐบาลว่าล้มเหลวในการจัดการพลังงาน ทำให้ประชาชนต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นถึง 30% เมื่อเทียบกับปีก่อน

“นโยบายพลังงานของรัฐบาลไม่เป็นธรรม เอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนใหญ่ ขณะที่ประชาชนต้องจ่ายค่าไฟแพงขึ้น” นายวิโรจน์กล่าว

ทั้งนี้ ญัตติดังกล่าวมีรายชื่อ สส.พรรคก้าวไกลร่วมลงนาม 150 คน โดยคาดว่าการอภิปรายจะใช้เวลา 3 วัน ตามข้อบังคับการประชุมสภา

ปฏิกิริยาจากรัฐบาล

ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า รัฐบาลพร้อมชี้แจงทุกข้อกล่าวหา และยืนยันว่าการทำงานของรัฐบาลเป็นไปตามกฎหมายและเพื่อประโยชน์ของประชาชน

“เรามีความโปร่งใสและพร้อมตอบทุกคำถามของฝ่ายค้าน” นายอนุทินกล่าว

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

อย่างไรก็ตาม การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ถือเป็นความท้าทายครั้งสำคัญของรัฐบาล เนื่องจากพรรคก้าวไกลมีคะแนนเสียงในสภามากพอที่จะยื่นญัตติ และคาดว่าจะมีการอภิปรายที่ดุเดือดในประเด็นต่างๆ

ผลกระทบทางการเมือง

การยื่นญัตติครั้งนี้อาจส่งผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาล โดยเฉพาะหากมีการเปิดโปงข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทุจริตหรือการบริหารงานที่ผิดพลาด ซึ่งอาจนำไปสู่การปรับคณะรัฐมนตรีหรือการยุบสภาในอนาคต

ทั้งนี้ นักวิเคราะห์มองว่าการอภิปรายครั้งนี้เป็นเครื่องมือทางการเมืองของฝ่ายค้านในการกดดันรัฐบาลก่อนการเลือกตั้งครั้งหน้า