พรรคก้าวไกลยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายเศรษฐา ทวีสิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โดยมีข้อกล่าวหาสำคัญกรณีการซื้อหนี้กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (กองทุนฟื้นฟูฯ) ที่อาจผิดกฎหมายและก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศกว่า 1.2 แสนล้านบาท
รายละเอียดการยื่นญัตติ
นายชัยธวัช ตุลาธน สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมด้วยคณะทำงาน ยื่นญัตติต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2568 โดยระบุว่านายเศรษฐา กระทำการขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากกองทุนฟื้นฟูฯ เป็นสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่รัฐบาลต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย แต่กลับนำเงินงบประมาณไปซื้อหนี้เสียของกองทุนฯ โดยไม่ผ่านกระบวนการที่ถูกต้อง
“การซื้อหนี้ดังกล่าวไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย และเป็นการใช้งบประมาณแผ่นดินเพื่อช่วยเหลือสถาบันการเงินที่ขาดสภาพคล่อง ซึ่งอาจเข้าข่ายการกระทำที่เป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์และไม่โปร่งใส” นายชัยธวัช กล่าวในการแถลงข่าว
ข้อกล่าวหาและความเสียหาย
พรรคก้าวไกลชี้ว่า การซื้อหนี้กองทุนฟื้นฟูฯ เกิดขึ้นในช่วงที่กองทุนมีหนี้สะสมจำนวนมาก โดยรัฐบาลได้ใช้เงินกว่า 1.2 แสนล้านบาทจากงบประมาณประจำปีเพื่อซื้อหนี้ดังกล่าว ซึ่งขัดกับเจตนารมณ์ของกฎหมายที่ให้กองทุนฟื้นฟูฯ ต้องรับผิดชอบหนี้สินของตนเอง นอกจากนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลรายละเอียดการซื้อหนี้อย่างชัดเจน ทำให้เกิดข้อสงสัยถึงความโปร่งใสและอาจมีการเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนบางกลุ่ม
ข้อมูลจากพรรคก้าวไกลระบุว่า หนี้ของกองทุนฟื้นฟูฯ ที่ถูกซื้อมีมูลค่ารวมกว่า 1.2 แสนล้านบาท โดยรัฐบาลได้จ่ายเงินเต็มจำนวนให้กับธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินอื่นๆ ที่ถือหนี้ดังกล่าว ซึ่งหากดำเนินการตามกฎหมายอย่างถูกต้อง รัฐบาลควรเจรจาต่อรองราคาหรือดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายเพื่อลดภาระงบประมาณ
ปฏิกิริยาจากฝ่ายรัฐบาล
นายเศรษฐา ทวีสิน ยังไม่ได้ออกมาให้ความเห็นโดยตรงต่อข้อกล่าวหาดังกล่าว แต่แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังระบุว่า การซื้อหนี้กองทุนฟื้นฟูฯ เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบการเงินของประเทศ
“การซื้อหนี้ครั้งนี้เป็นมาตรการที่จำเป็นเพื่อป้องกันวิกฤตทางการเงินที่อาจเกิดขึ้น และได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายทุกประการ” โฆษกกระทรวงการคลังกล่าว
ขั้นตอนต่อไป
ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจจะถูกบรรจุเข้าสู่วาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 27 มีนาคม 2568 โดยจะมีการอภิปรายเป็นเวลา 3 วัน และลงมติในวันที่ 30 มีนาคม 2568 พรรคก้าวไกลคาดว่าจะมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคร่วมฝ่ายค้านสนับสนุนญัตติดังกล่าว
ทั้งนี้ การยื่นญัตติครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่พรรคก้าวไกลยื่นซักฟอกรัฐมนตรีในรัฐบาลเศรษฐา โดยก่อนหน้านี้พรรคเคยประกาศว่าจะตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตและการใช้งบประมาณที่ไม่โปร่งใส



