พรรคเพื่อไทย (พท.) ออกแถลงการณ์ย้ำจุดยืนอย่างชัดเจนว่า จะไม่ร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคการเมืองใดๆ ที่สืบทอดอำนาจจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยระบุว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการทรยศต่อเจตนารมณ์ของประชาชนที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง
แถลงการณ์เพื่อไทยชี้แจงจุดยืน
แถลงการณ์ของพรรคเพื่อไทยที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2566 ระบุว่า พรรคเพื่อไทยยืนหยัดในหลักการประชาธิปไตยและจะไม่ประนีประนอมกับอำนาจเผด็จการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรคการเมืองที่เกิดขึ้นจากคำสั่งของ คสช. เช่น พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ซึ่งเป็นพรรคที่สืบทอดอำนาจจากรัฐบาลพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นอกจากนี้ แถลงการณ์ยังเน้นย้ำว่าพรรคเพื่อไทยจะไม่เข้าร่วมรัฐบาลที่มีพรรคเหล่านี้เป็นแกนนำ เพราะจะเป็นการทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนและขัดต่อนโยบายของพรรคที่ประกาศไว้ตั้งแต่ต้น
ปฏิกิริยาจากพรรคร่วมฝ่ายค้าน
นายแพทย์ ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวย้ำถึงจุดยืนดังกล่าวในการแถลงข่าวว่า “พรรคเพื่อไทยจะไม่ร่วมงานกับพรรคที่สืบทอดอำนาจ คสช. อย่างเด็ดขาด เพราะเราให้ความสำคัญกับเจตนารมณ์ของประชาชนที่ต้องการให้มีการปฏิรูปการเมืองและยุติการสืบทอดอำนาจของเผด็จการ”
ด้านพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ซึ่งเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้านหลัก ได้ออกมาสนับสนุนจุดยืนของเพื่อไทย โดยระบุว่าการไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคสืบทอดอำนาจเป็นสิ่งที่ถูกต้องและสอดคล้องกับหลักการของพรรคก้าวไกลที่ต้องการเปลี่ยนแปลงระบบการเมือง
ผลกระทบต่อการจัดตั้งรัฐบาล
การย้ำจุดยืนของเพื่อไทยครั้งนี้ส่งผลให้การจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งครั้งต่อไปมีความซับซ้อนมากขึ้น เนื่องจากเพื่อไทยและก้าวไกลซึ่งเป็นสองพรรคใหญ่ที่มีแนวโน้มได้รับคะแนนเสียงสูง ต่างก็ปฏิเสธที่จะร่วมงานกับพรรคที่สืบทอดอำนาจ ทำให้พรรคดังกล่าวอาจต้องหาพันธมิตรจากพรรคเล็กหรือพรรคอื่นๆ เพื่อจัดตั้งรัฐบาล
นักวิเคราะห์ทางการเมืองมองว่า การประกาศจุดยืนนี้ของเพื่อไทยเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ของพรรคในฐานะฝ่ายตรงข้ามกับระบอบเผด็จการ ซึ่งอาจช่วยดึงดูดคะแนนเสียงจากประชาชนที่ต้องการเปลี่ยนแปลง แต่ในขณะเดียวกันก็อาจทำให้การจัดตั้งรัฐบาลเป็นไปได้ยากหากไม่มีพรรคใดได้เสียงข้างมากเด็ดขาด
ท่าทีของพรรคพลังประชารัฐและรวมไทยสร้างชาติ
พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ซึ่งถูกระบุว่าเป็นพรรคสืบทอดอำนาจ คสช. ยังไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้โดยตรงต่อแถลงการณ์ของเพื่อไทย แต่แหล่งข่าวภายในพรรคทั้งสองระบุว่า การประกาศจุดยืนของเพื่อไทยเป็นเรื่องที่คาดการณ์ได้ และไม่ส่งผลกระทบต่อแผนการหาเสียงของพรรค
ทั้งนี้ พรรคพลังประชารัฐมีนโยบายเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจและความมั่นคง ขณะที่พรรครวมไทยสร้างชาติเน้นการสานต่อนโยบายของรัฐบาลพลเอก ประยุทธ์ โดยเฉพาะโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
แนวโน้มการเมืองไทยก่อนเลือกตั้ง
การเลือกตั้งครั้งต่อไปซึ่งคาดว่าจะมีขึ้นในปี 2567 หรือก่อนหน้านั้น กำลังเป็นที่จับตาของประชาชนและนักวิเคราะห์ เนื่องจากเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกหลังจากที่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญและกฎหมายลูกที่เกี่ยวข้อง พรรคเพื่อไทยและก้าวไกลมีแนวโน้มที่จะได้รับคะแนนเสียงจากกลุ่มคนรุ่นใหม่และคนที่ต้องการเปลี่ยนแปลง ขณะที่พรรคสืบทอดอำนาจยังคงมีฐานเสียงในกลุ่มอนุรักษ์นิยมและข้าราชการ
การประกาศจุดยืนของเพื่อไทยครั้งนี้เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า พรรคพร้อมที่จะเป็นฝ่ายค้านต่อไปหากไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้โดยปราศจากพรรคสืบทอดอำนาจ ซึ่งอาจนำไปสู่การเมืองแบบสองขั้วที่เข้มข้นมากขึ้น



