นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เปิดเผยว่า ไม่รู้สึกกังวลหรือหวาดกลัวต่อกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องให้ยุบพรรคก้าวไกล จากกรณีถือหุ้นไอทีวี โดยยืนยันว่าพรรคยังคงเดินหน้าทำงานเพื่อประชาชนต่อไปอย่างเต็มที่
พิธาไม่หวั่นคดียุบพรรค
นายพิธากล่าวว่า “ผมไม่กังวลเลย เพราะเราทำงานด้วยความสุจริตใจ และเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม” พร้อมย้ำว่าพรรคก้าวไกลจะยังคงทำงานเพื่อประชาชนต่อไป ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร
ทั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ขอให้ยุบพรรคก้าวไกล กรณีนายพิธาถือหุ้นไอทีวี 42,000 หุ้น ซึ่งเข้าข่ายเป็นผู้ถือหุ้นในกิจการสื่อมวลชน ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (3) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 42 (3)
ยืนหยัดทำงานเพื่อประชาชน
นายพิธากล่าวว่า “พรรคก้าวไกลเกิดมาจากประชาชน และจะอยู่เคียงข้างประชาชนเสมอ ไม่ว่าอุปสรรคใดจะเกิดขึ้น เราจะไม่ทิ้งประชาชน” โดยระบุว่าพรรคยังคงมีแผนงานและนโยบายต่างๆ ที่จะดำเนินการต่อไป เช่น การผลักดันกฎหมายเกี่ยวกับการกระจายอำนาจ การศึกษา และสวัสดิการ
นอกจากนี้ นายพิธายังกล่าวถึงกรณีที่ถูกกล่าวหาว่าถือหุ้นไอทีวีว่า “ผมได้ชี้แจงข้อเท็จจริงไปแล้วว่า หุ้นดังกล่าวเป็นมรดกจากบิดา และได้โอนให้ผู้จัดการมรดกดำเนินการแล้ว” พร้อมย้ำว่าไม่มีเจตนาหลีกเลี่ยงกฎหมาย
เสียงสนับสนุนจากประชาชน
นายพิธากล่าวขอบคุณประชาชนที่ให้กำลังใจและสนับสนุนพรรคก้าวไกล โดยระบุว่า “กำลังใจจากประชาชนคือพลังที่ทำให้เราก้าวต่อไป” พร้อมย้ำว่าพรรคจะยังคงทำงานเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนต่อไป
ทั้งนี้ พรรคก้าวไกลมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จำนวน 151 คน และเป็นพรรคอันดับหนึ่งในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 ที่ผ่านมา โดยได้รับคะแนนเสียงสนับสนุนจากประชาชนทั่วประเทศกว่า 14 ล้านเสียง



