พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เดินทางลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรี เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2567 เพื่อตรวจเยี่ยมราษฎรและรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ โดยมีนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และนายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ให้การต้อนรับ
พบปะประชาชนในพื้นที่อำเภอเมือง
นายกรัฐมนตรีเริ่มต้นการลงพื้นที่ที่วัดโขดทิมทาราม ตำบลวัดใหม่ อำเภอเมืองจันทบุรี ซึ่งเป็นชุมชนเก่าแก่ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากและขาดแคลนน้ำประปาในช่วงฤดูแล้ง ประชาชนในพื้นที่กว่า 200 คนมารอต้อนรับและยื่นหนังสือร้องเรียนปัญหาหลายเรื่อง อาทิ ปัญหาที่ดินทำกิน ปัญหาหนี้สินเกษตรกร และปัญหาสาธารณูปโภค
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวกับประชาชนว่า “รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนทุกพื้นที่ วันนี้ผมลงมาด้วยตัวเองเพื่อรับฟังปัญหาและจะสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแก้ไขโดยเร็วที่สุด”
เยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง
จากนั้นนายกฯ เดินทางไปยังศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านทุ่งประดู่ ตำบลทุ่งประดู่ อำเภอเมือง ซึ่งเป็นศูนย์ที่ส่งเสริมการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยมีเกษตรกรตัวอย่างมาให้ความรู้แก่ผู้สนใจกว่า 50 ราย
นายกรัฐมนตรีกล่าวชื่นชมศูนย์ดังกล่าวว่าเป็นแบบอย่างที่ดีในการพึ่งพาตนเองและสร้างความมั่นคงทางอาหาร พร้อมทั้งเน้นย้ำให้เกษตรกรนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับพื้นที่ของตนเอง
ประชุมติดตามงานโครงการสำคัญ
ในช่วงบ่าย พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานการประชุมติดตามความก้าวหน้าโครงการสำคัญในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ณ ศาลากลางจังหวัด โดยมีหัวหน้าส่วนราชการและผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าร่วมกว่า 100 คน โดยโครงการที่หารือประกอบด้วย การพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร การปรับปรุงถนนสายรอง และการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
นายกรัฐมนตรีสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการดำเนินโครงการที่ล่าช้า โดยเฉพาะโครงการระบบประปาหมู่บ้านที่ยังไม่แล้วเสร็จตามกำหนด พร้อมทั้งกำชับให้ใช้จ่ายงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใส
พบปะกลุ่มผู้สูงอายุและผู้พิการ
ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ นายกฯ ได้แวะเยี่ยมชมศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุและผู้พิการตำบลท่าใหม่ อำเภอท่าใหม่ ซึ่งให้บริการดูแลผู้สูงอายุและผู้พิการกว่า 120 คน โดยมีกิจกรรมฝึกอาชีพและฟื้นฟูสมรรถภาพ
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “รัฐบาลมีนโยบายดูแลผู้สูงอายุและผู้พิการอย่างเต็มที่ เราจะเพิ่มสวัสดิการและปรับปรุงบริการให้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดี” พร้อมทั้งมอบเงินช่วยเหลือและเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ศูนย์ดังกล่าว



