กล้าธรรม VS ภูมิใจไทย: การแย่งชิงเก้าอี้ รมว.เกษตรฯ ในยุคการเมืองรอยต่อ
กล้าธรรม VS ภูมิใจไทย แย่งเก้าอี้ รมว.เกษตรฯ (14.02.2026)

กล้าธรรม VS ภูมิใจไทย: การแย่งชิงเก้าอี้ รมว.เกษตรฯ ในยุคการเมืองรอยต่อ

ในช่วงรอยต่อการเลือกตั้งปี 2569 การเมืองไทยกำลังร้อนระอุกับการแย่งชิงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งไม่ใช่เพียงกระทรวงที่ดูแลชาวนาเท่านั้น แต่เป็นกระทรวงยุทธศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับฐานเสียงหลักและกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะในต่างจังหวัดที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร

ทำไม "พรรคกล้าธรรม" ถึงอยากได้กระทรวงเกษตรฯ?

พรรคกล้าธรรม ซึ่งถูกมองว่าเป็นพรรคที่รับช่วงต่อฐานอำนาจเดิมของกลุ่ม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า มีความต้องการกระทรวงนี้ด้วยเหตุผลเชิงยุทธศาสตร์หลายประการ:

  • ฐานเสียงเกษตรกร: กระทรวงเกษตรฯ มีงบประมาณมหาศาลและเข้าถึงประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ซึ่งเป็นฐานเสียงสำคัญในต่างจังหวัดที่สามารถกำหนดชัยชนะในการเลือกตั้งได้
  • สานต่อนโยบายโฉนดเพื่อการเกษตร: พรรคต้องการผลักดันการเปลี่ยน ส.ป.ก. 4-01 เป็นโฉนดเพื่อการเกษตรต่อ ซึ่งเป็นนโยบายที่ได้รับความนิยม เพราะช่วยให้เกษตรกรนำที่ดินไปค้ำประกันเงินทุนได้ สร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
  • การแสดงผลงาน "คนรุ่นใหม่": พรรคต้องการใช้พื้นที่นี้พิสูจน์ว่ามีบุคลากรรุ่นใหม่ที่เข้าใจปัญหาจริงและสามารถแก้ระเบียบรัฐที่ล้าสมัยได้ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในสายตาประชาชน

ทำไม "พรรคภูมิใจไทย" อยากให้ "ศุภจี สุธรรมพันธุ์" ควบกระทรวงเกษตรฯ?

กระแสข่าวเรื่องการขยับให้คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ (อดีต CEO กลุ่มดุสิตธานี) เข้ามาดูแลกระทรวงเกษตรฯ ควบคู่กับกระทรวงพาณิชย์ มีนัยสำคัญดังนี้:

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram
  • การบูรณาการ "ผลิต-ตลาด": ภูมิใจไทยต้องการแก้ปัญหาแบบ "ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม" โดยให้คุณศุภจีที่มีความเชี่ยวชาญด้านบริหารธุรกิจระดับโลก เชื่อมโยงผลผลิตทางการเกษตร (เกษตรฯ) เข้ากับการส่งออกและการหาตลาดใหม่ๆ (พาณิชย์) ให้เป็นทิศทางเดียวกัน เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร
  • การปรับภาพลักษณ์พรรค: จากเดิมที่ถูกมองว่าเป็นพรรคการเมือง "บ้านใหญ่" การส่งมืออาชีพอย่างคุณศุภจีเข้ามา จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นในกลุ่มชนชั้นกลางและนักลงทุนว่า พรรคมี "ทีมเศรษฐกิจ" ที่แข็งแกร่งและมีความเป็นสากล
  • นโยบายปากท้องสมัยใหม่: มุ่งเน้นการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรให้เป็นสินค้าพรีเมียมมากกว่าแค่ขายวัตถุดิบ เพื่อยกระดับรายได้เกษตรกรและเศรษฐกิจประเทศ

รายชื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ย้อนหลัง 5 ปี)

ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2564 – 2569) กระทรวงเกษตรฯ มีการเปลี่ยนผ่านที่สำคัญจากโควตาพรรคประชาธิปัตย์ สู่พรรคพลังประชารัฐ และล่าสุดในยุคของพรรคเพื่อไทย/พรรคกล้าธรรม:

  1. พ.ศ. 2562 – 2566: เฉลิมชัย ศรีอ่อน จากพรรคประชาธิปัตย์ ในคณะรัฐมนตรีประยุทธ์ 2/1
  2. พ.ศ. 2566 – 2567: ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จากพรรคพลังประชารัฐ ในคณะรัฐมนตรีเศรษฐา 1
  3. พ.ศ. 2567 (ก.ค. - ก.ย.): อรรถกร ศิริลัทธยากร จากพรรคพลังประชารัฐ ขยับจาก รมช. ขึ้นมาแทนช่วงสั้นๆ
  4. พ.ศ. 2567 (ก.ย.) – 2568: ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ จากพรรคกล้าธรรม ในคณะรัฐมนตรีแพทองธาร 1
  5. พ.ศ. 2568 (ต.ค.) – ปัจจุบัน: ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จากพรรคกล้าธรรม กลับมาดำรงตำแหน่งควบรองนายกฯ

การแย่งชิงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ในครั้งนี้สะท้อนถึงความสำคัญของกระทรวงที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเกษตร แต่เป็นเครื่องมือทางการเมืองในการควบคุมฐานเสียงและขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ซึ่งจะส่งผลต่อทิศทางประเทศในยุคการเมืองรอยต่อนี้อย่างไม่อาจมองข้ามได้