ศาลรัฐธรรมนูญได้มีมติเป็นเอกฉันท์ไม่รับคำร้องที่ยื่นโดยพรรคก้าวไกล กรณีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตามมาตรา 44 ที่เกี่ยวข้องกับการแต่งตั้งกรรมการในองค์กรอิสระ โดยศาลเห็นว่าคำร้องดังกล่าวไม่เข้าหลักเกณฑ์ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้
รายละเอียดคำร้อง
พรรคก้าวไกลได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอให้วินิจฉัยว่าคำสั่ง คสช. ที่ 3/2560 ลงวันที่ 17 มกราคม 2560 ซึ่งเป็นการแต่งตั้งกรรมการในองค์กรอิสระหลายแห่ง ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องความเป็นอิสระขององค์กรอิสระที่ควรปราศจากการแทรกแซงจากฝ่ายบริหาร
เหตุผลของศาลรัฐธรรมนูญ
ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาแล้วเห็นว่าคำร้องของพรรคก้าวไกลไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่รัฐธรรมนูญมาตรา 231 กำหนดไว้ เนื่องจากผู้ร้องไม่ใช่ผู้มีสิทธิยื่นคำร้องโดยตรง และคำสั่ง คสช. ดังกล่าวได้สิ้นผลบังคับใช้ไปแล้วตามรัฐธรรมนูญปัจจุบัน จึงไม่สามารถนำมาวินิจฉัยได้
- มติเอกฉันท์: ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 9 คน มีความเห็นตรงกันไม่รับคำร้อง
- ผลกระทบ: คำสั่ง คสช. มาตรา 44 ยังคงมีผลบังคับใช้ต่อไปจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง
- ข้อสังเกต: ศาลระบุว่าหากมีข้อพิพาทเกี่ยวกับการแต่งตั้งกรรมการ ควรใช้ช่องทางอื่นตามกฎหมาย
ความเห็นจากฝ่ายต่างๆ
นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวว่า ถึงแม้ศาลจะไม่รับคำร้อง แต่พรรคยังคงยืนยันว่าคำสั่งดังกล่าวไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และจะเดินหน้าผลักดันให้มีการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลเห็นว่าคำวินิจฉัยของศาลเป็นไปตามหลักนิติธรรมและยุติกระบวนการตรวจสอบแล้ว
ด้านนักวิชาการบางส่วนมองว่าคำวินิจฉัยนี้สะท้อนถึงข้อจำกัดในการตรวจสอบการใช้อำนาจของ คสช. เนื่องจากมาตรา 44 ได้ถูกออกแบบให้มีผลเหนือกฎหมายทั่วไป ทำให้ยากต่อการท้าทายในชั้นศาล
บทสรุป
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ไม่รับคำร้องของพรรคก้าวไกลที่ขอให้วินิจฉัยคำสั่ง คสช. มาตรา 44 เรื่องการแต่งตั้งกรรมการองค์กรอิสระ โดยให้เหตุผลว่าคำร้องไม่เข้าหลักเกณฑ์ตามรัฐธรรมนูญ และคำสั่งดังกล่าวสิ้นผลไปแล้ว ทำให้ประเด็นนี้ยุติลงตามกระบวนการยุติธรรม



