สหรัฐฯ เปิดน่านฟ้าเอลปาโซอีกครั้งหลังปิดฉับพลัน 10 วัน เชื่อโยงการทดสอบโดรนทหาร
ทางการสหรัฐฯ ได้เปิดน่านฟ้าเอลปาโซ รัฐเท็กซัส ใหม่อีกครั้ง เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ FAA ประกาศปิดน่านฟ้าเป็นเวลา 10 วัน ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงพิเศษ โดยประกาศยกเลิกคำสั่งระงับเที่ยวบินทั้งหมด ทั้งขาเข้าและขาออกที่สนามบินนานาชาติเอลปาโซ พร้อมยืนยันว่าไม่มีภัยคุกคามต่อการบินพาณิชย์ และเที่ยวบินทั้งหมดจะกลับมาดำเนินการตามปกติอย่างรวดเร็ว
ความสับสนวุ่นวายจากคำสั่งปิดน่านฟ้าฉับพลัน
การประกาศยกเลิกคำสั่งปิดน่านฟ้ามีขึ้นไม่กี่ชั่วโมงหลัง FAA ออกคำสั่งปิดน่านฟ้าครอบคลุมพื้นที่รัศมี 10 ไมล์ หรือ 16 กิโลเมตรรอบเอลปาโซ ซึ่งรวมถึงตอนใต้ของรัฐนิวเม็กซิโก โดยในประกาศเดิมระบุให้ปิดน่านฟ้า 10 วัน บริเวณเมืองใหญ่ริมชายแดนที่ติดกับเม็กซิโก ส่งผลให้เกิดคำถามและความสับสนอย่างกว้างขวางในหมู่ประชาชนและผู้เดินทาง
เหตุการณ์นี้กระทบต่อการเดินทางทั้งสองฝั่งพรมแดนสหรัฐฯ-เม็กซิโก โดยมีผู้โดยสารจำนวนหนึ่งตกค้างอยู่บริเวณหน้าเคาน์เตอร์เช็กอินของสายการบินต่าง ๆ ภายในสนามบินนานาชาติเอลปาโซ รัฐเท็กซัส สำหรับฝั่งเอลปาโซ มีประชากรอาศัยอยู่ราว 700,000 คน ไม่รวมปริมณฑลโดยรอบ ส่วน Ciudad Juárez ในเม็กซิโก มีประชากรราว 1,500,000 คน และในช่วง 11 เดือนแรกของปีที่แล้ว สนามบินแห่งนี้รองรับผู้โดยสารจำนวนมากถึง 3,490,000 คน
สื่ออเมริกันเชื่อมโยงกับการทดสอบระบบโดรนทหาร
ขณะที่สื่ออเมริกันบางสำนัก เช่น สำนักข่าว CBS รายงานว่า การปิดน่านฟ้าที่สร้างความสับสนวุ่นวายครั้งนี้ เกี่ยวข้องกับการทดสอบระบบโดรน โดยอ้างแหล่งข่าวหลายคนระบุว่า เกิดจากความไม่ลงรอยกันระหว่าง FAA กับกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เรื่องกำหนดการทดสอบเทคโนโลยีทางการทหารชิ้นใหม่ ซึ่งคาดว่าเป็นเลเซอร์พลังงานสูงที่ใช้กำจัดโดรน
รายงานระบุว่า ทางกระทรวงกลาโหมวางแผนทดสอบเทคโนโลยีนี้ที่สนามบินทหาร Biggs Army Airfield ของกองทัพสหรัฐฯ ที่อยู่ติดกับสนามบินเอลปาโซ โดยนัดประชุมกับ FAA เพื่อหารือกำหนดการ แต่ทางกลาโหมต้องการทดสอบเร็วกว่ากำหนด FAA จึงสั่งปิดน่านฟ้าเพื่อความปลอดภัย
เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นไม่ทราบล่วงหน้าและผลการจัดการโดรนค้ายา
เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในเอลปาโซ เปิดเผยว่า ไม่ทราบเรื่องการปิดน่านฟ้ามาก่อน กระทั่งประกาศคำสั่งปิดน่านฟ้า จึงรู้สึกไม่ต่างจากประชาชนทั่วไปที่ตื่นตระหนกกับเหตุการณ์นี้ ทั้งนี้ คำสั่งปิดน่านฟ้าเป็นระยะเวลานานเช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย หลัง FAA ปรับเปลี่ยนกฎการปิดน่านฟ้า จากเดิมปิดเฉลี่ย 4 ชั่วโมงขึ้นไป ลดลงเหลือ 2 ชั่วโมง
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐฯ ยังเปิดเผยว่า ระหว่างปิดน่านฟ้า กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ จัดการกับโดรนของขบวนการค้ายาเสพติดเม็กซิกันที่บินล้ำน่านฟ้าเรียบร้อยแล้ว ซึ่งอาจเป็นส่วนหนึ่งของเหตุผลความมั่นคงพิเศษที่นำไปสู่การปิดน่านฟ้าในครั้งนี้