ยอดตายอีโบลาคองโกพุ่ง 131 ราย อนามัยโลกประชุมด่วนหาวัคซีน
ยอดตายอีโบลาคองโกพุ่ง 131 ราย อนามัยโลกประชุมด่วนหาวัคซีน

การระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลาในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก หรือดีอาร์คองโก กำลังทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สร้างความวิตกกังวลในระดับนานาชาติ ล่าสุดเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเปิดเผยว่ามีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 131 ราย และพบผู้ต้องสงสัยติดเชื้อมากกว่า 513 ราย ส่งผลให้องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ต้องเร่งหารือแนวทางในการใช้วัคซีนทางเลือกเพื่อรับมือกับการระบาดของไวรัสสายพันธุ์ที่ยังไม่มียารักษาเฉพาะ

การแพร่ระบาดขยายวงกว้าง

รัฐบาลดีอาร์คองโกระบุว่าขณะนี้การแพร่ระบาดได้ขยายวงกว้างมากขึ้น โดยมีรายงานผู้ป่วยในหลายพื้นที่ใหม่ อาทิ เมืองเนียกุนเด ในจังหวัดอิตูรี เมืองบูเตมโบ ในจังหวัดนอร์ทคิวู และเมืองโกมา ซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสำคัญทางตะวันออกของประเทศ รัฐบาลได้ออกแถลงการณ์เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ประชาชนว่า ทีมบุคลากรทางการแพทย์กำลังทำงานอย่างหนักเพื่อแกะรอยและตรวจสอบผู้ต้องสงสัยติดเชื้อ พร้อมขอให้ประชาชนอยู่ในความสงบและไม่ตื่นตระหนก อย่างไรก็ตาม ความกังวลของภาคประชาชนยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

WHO ประกาศภาวะฉุกเฉิน

องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ประกาศให้การระบาดของอีโบลาสายพันธุ์ "บันดิบูเกียว" (Bundibugyo) เป็น "ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ" (PHEIC) แต่ระบุว่ายังไม่เข้าเกณฑ์การระบาดใหญ่ทั่วโลก (Pandemic) ความท้าทายครั้งใหญ่ของวิกฤตครั้งนี้คือ ไวรัสอีโบลาสายพันธุ์บันดิบูเกียวมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 40% และในปัจจุบันยัง "ไม่มีวัคซีนหรือยารักษาใดๆ ที่ได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการ" สำหรับสายพันธุ์นี้โดยเฉพาะ ทำให้ WHO เตรียมจัดประชุมผู้เชี่ยวชาญเพื่อพิจารณาทางเลือกด้านวัคซีนและมาตรการควบคุมโรคเพิ่มเติม

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

วัคซีนทางเลือก Ervebo

หนึ่งในวัคซีนที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคือ "Ervebo" ของบริษัท Merck ซึ่งเดิมใช้ป้องกันอีโบลาสายพันธุ์ซาอีร์ แต่มีผลการทดลองในสัตว์ที่บ่งชี้ว่าอาจช่วยป้องกันสายพันธุ์บันดิบูเกียวได้บางส่วน ดร.โมโซกา ฟัลลาห์ รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายวิทยาศาสตร์ของศูนย์ควบคุมโรคแอฟริกา หรือ Africa CDC ระบุว่า ผู้เชี่ยวชาญจะประเมินหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ทั้งหมดก่อนตัดสินใจเลือกแนวทางรับมือที่เหมาะสมที่สุด

การแพร่ระบาดข้ามพรมแดน

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐฯ (CDC) เปิดเผยว่า ได้ยืนยันพบผู้ติดเชื้อไวรัสนี้ข้ามพรมแดนไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างยูกันดาแล้ว 2 ราย และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย นอกจากนี้ ยังมีแพทย์ชาวอเมริกันติดเชื้ออีโบลาระหว่างปฏิบัติงานในคองโก โดยกลุ่มมิชชันนารีทางการแพทย์ Serge ระบุว่า ผู้ติดเชื้อคือ ดร.ปีเตอร์ สแตฟฟอร์ด ซึ่งเตรียมถูกส่งตัวไปรักษาที่ประเทศเยอรมนี ขณะที่แพทย์อีก 2 คน รวมถึงภรรยาของเขา อยู่ระหว่างกักตัวเฝ้าระวังอาการหลังสัมผัสผู้ป่วย

มาตรการของสหรัฐฯ

รายงานยังระบุว่ามีชาวอเมริกันอย่างน้อย 6 คนสัมผัสเชื้อระหว่างการระบาดครั้งนี้ โดยรัฐบาลสหรัฐฯ กำลังประสานเคลื่อนย้ายบุคลากรบางส่วนไปยังพื้นที่กักกันปลอดภัย CDC ระบุว่า แม้ความเสี่ยงต่อสหรัฐฯ ยังอยู่ในระดับต่ำ แต่ได้เริ่มมาตรการเฝ้าระวังเข้มงวด ทั้งการติดตามผู้เดินทางจากพื้นที่ระบาด การเพิ่มศักยภาพการตรวจหาเชื้อ และการเตรียมความพร้อมของโรงพยาบาลทั่วประเทศ สหรัฐฯ ยังประกาศคำเตือนการเดินทางระดับ 4 ซึ่งเป็นระดับสูงสุด ห้ามประชาชนเดินทางไปยังดีอาร์คองโก

คำแนะนำจาก WHO และประเทศเพื่อนบ้าน

WHO แนะนำให้คองโกและยูกันดาเพิ่มมาตรการคัดกรองข้ามพรมแดน เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของไวรัสไปยังประเทศอื่น ด้านรวันดาประกาศเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจคัดกรองตามแนวชายแดนกับคองโก ส่วนไนจีเรีย ระบุว่ากำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขยังเตือนให้ประชาชนหลีกเลี่ยงพิธีศพแบบดั้งเดิมที่มีการสัมผัสร่างผู้เสียชีวิต เนื่องจากเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้เชื้อแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ในการระบาดครั้งใหญ่ในแอฟริกาตะวันตกเมื่อปี 2014-2016 ซึ่งมีผู้ติดเชื้อมากกว่า 28,600 คน และเสียชีวิตกว่า 11,000 คนทั่วโลก