อีโบลาดีอาร์คองโกดับ 177 ศพ 10 ชาติแอฟริกาเสี่ยงสูง
อีโบลาดีอาร์คองโกดับ 177 ศพ 10 ชาติแอฟริกาเสี่ยงสูง

ยอดผู้เสียชีวิตจากอีโบลาในดีอาร์คองโกพุ่ง 177 ศพ

จำนวนผู้เสียชีวิตที่ต้องสงสัยว่าเกิดจากไวรัสอีโบลาในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (ดีอาร์คองโก) เพิ่มขึ้นเป็น 177 ศพแล้ว ขณะที่ความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของไวรัสในประเทศอื่นๆ ในทวีปแอฟริกากำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2569 ประเทศยูกันดาได้ยืนยันการพบผู้ติดเชื้ออีโบลาเพิ่มเติมอีก 3 ราย ขณะที่สภากาชาดเปิดเผยว่ามีอาสาสมัครเสียชีวิต 3 รายในดีอาร์คองโก ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้าน ท่ามกลางคำเตือนว่าไวรัสมรณะนี้อาจแพร่กระจายไปยังประเทศอื่นๆ ในแอฟริกาอีกหลายประเทศ

WHO ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินระหว่างประเทศ

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ประกาศให้การแพร่ระบาดของไวรัสอีโบลา ซึ่งเป็นโรคติดต่อร้ายแรง เป็นสถานการณ์ฉุกเฉินระหว่างประเทศ โดยมีผู้เสียชีวิตที่ต้องสงสัยว่าติดเชื้ออีโบลาในดีอาร์คองโกแล้ว 177 ศพ และมีผู้ป่วยที่ต้องสงสัยอีกกว่า 750 ราย เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา หน่วยงานด้านสาธารณสุขของสหภาพแอฟริกาได้ออกมาเตือนว่า มีประเทศต่างๆ ในทวีปแอฟริกาอีกหลายแห่งที่ตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากไวรัสอีโบลา เพิ่มเติมจากดีอาร์คองโกและยูกันดา

10 ประเทศในแอฟริกาตกอยู่ในความเสี่ยง

“เรามีประเทศที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงอีก 10 ประเทศ” ฌ็อง คาเซยา (Jean Kaseya) ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งแอฟริกา (Africa CDC) กล่าว พร้อมระบุรายชื่อประเทศ ได้แก่ แองโกลา, บุรุนดี, สาธารณรัฐแอฟริกากลาง, สาธารณรัฐคองโก, เอธิโอเปีย, เคนยา, รวันดา, ซูดานใต้, แทนซาเนีย และแซมเบีย นายคาเซยากล่าวเพิ่มเติมว่า “การเคลื่อนย้ายประชากรในปริมาณสูงและความไม่มั่นคง” ภายในภูมิภาคเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้โรคนี้แพร่ระบาดออกไปในวงกว้าง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ศูนย์กลางการระบาดในดีอาร์คองโก

ศูนย์กลางการแพร่ระบาดในปัจจุบันอยู่ที่พื้นที่ทางตะวันออกของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ซึ่งกำลังเผชิญกับภัยสงครามและความขัดแย้ง โดยมีการตรวจพบเชื้อครั้งแรกในจังหวัดอิตูรี (Ituri) ก่อนจะแพร่กระจายไปยังจังหวัดคิวูใต้ (South Kivu) การพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่ได้รับการยืนยันในยูกันดาส่งผลให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมในประเทศแถบแอฟริกาตะวันออกแห่งนี้เพิ่มขึ้นเป็น 5 รายแล้ว นับตั้งแต่ตรวจพบโรคในยูกันดาและดีอาร์คองโกเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม โดยมีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ศพ

ผู้ป่วยรายใหม่ในยูกันดา

กระทรวงสาธารณสุขของยูกันดาระบุว่า ผู้ป่วยรายใหม่ในประเทศประกอบด้วย คนขับรถ, บุคลากรทางการแพทย์ และหญิงรายหนึ่งที่เดินทางมาจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ซึ่งทั้งหมดในตอนนี้ยังมีชีวิตอยู่ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา องค์การอนามัยโลกได้ยกระดับความเสี่ยงจากโรคอีโบลาในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกสู่ระดับสูงสุด คือระดับ “สูงมาก” (very high) ขณะที่ประเมินความเสี่ยงในภูมิภาคแอฟริกากลางอยู่ที่ระดับ “สูง” (high) แต่ความเสี่ยงในระดับโลกยังคงอยู่ในระดับ “ต่ำ” (low)

เชื้ออีโบลาสายพันธุ์หายาก

ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่า การระบาดระลอกล่าสุดนี้อาจมีการแพร่กระจายอย่างเงียบๆ มาได้ระยะหนึ่งแล้ว โดยเกิดจากเชื้ออีโบลาสายพันธุ์บุนดิบูเกียว (Bundibugyo) ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่พบได้น้อยกว่า และในปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนหรือวิธีการรักษาใดๆ ที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่เว็บไซต์ของเรา