สหราชอาณาจักรกำลังเผชิญกับคลื่นความร้อนที่รุนแรงอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม โดยสำนักงานอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าอุณหภูมิจะพุ่งสูงถึง 35 องศาเซลเซียส ซึ่งนับเป็นสถิติใหม่ที่ร้อนที่สุดในรอบเดือนพฤษภาคมเท่าที่มีการบันทึกมา ขณะที่หลายประเทศในทวีปยุโรปก็ประสบกับสภาพอากาศที่ร้อนจัดผิดปกติเช่นเดียวกัน
พยากรณ์อากาศร้อนระอุ
สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งสหราชอาณาจักรเปิดเผยว่า วันนี้ (25 พฤษภาคม) จะเป็นวันที่ร้อนที่สุดในเดือนพฤษภาคมของประเทศ โดยคาดว่าอุณหภูมิจะสูงถึง 35 องศาเซลเซียส ทำลายสถิติเดิมที่ 32.8 องศาเซลเซียส ซึ่งเคยเกิดขึ้นในปี 1922 และ 1944 ทางสำนักงานระบุว่า โดยปกติแล้วสถิติมักจะถูกทำลายลงด้วยตัวเลขทศนิยมเพียงไม่กี่ตำแหน่ง แต่การพุ่งสูงขึ้นครั้งนี้ถือเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนสำหรับช่วงเวลานี้ของปี
ทอม มอร์แกน นักอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า แทบจะไม่เคยเห็นอุณหภูมิที่สูงเกิน 35 องศาเซลเซียสเลยแม้แต่ในช่วงฤดูร้อน การที่อุณหภูมิขยับเข้าใกล้ 35 องศาเซลเซียสตั้งแต่เดือนพฤษภาคมจึงเป็นเรื่องประวัติศาสตร์ นอกจากนี้ วันจันทร์ยังคาดว่าจะกลายเป็นวันหยุดธนาคารที่ร้อนที่สุดเท่าที่เคยมีมาอีกด้วย
ผลกระทบต่อประชาชน
สภาพอากาศที่ร้อนระอุส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของประชาชนอย่างชัดเจน อันเดรีย เควิน คุณแม่วัย 41 ปีในกรุงลอนดอน ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า แม้จะมีแดดแต่ก็ร้อนเกินกว่าที่ควรจะเป็นในอังกฤษ เธอรู้สึกกังวลเพราะแสดงให้เห็นว่าปัญหาโลกร้อนกำลังเกิดขึ้นจริง ขณะที่ลิซา นิซารี เด็กหญิงวัย 10 ขวบจากเมืองแมนเชสเตอร์ที่มาเที่ยวลอนดอนกล่าวว่าสภาพอากาศร้อนเหมือนนรกจำลอง แม้ครีมกันแดดจะช่วยได้แต่ก็ยังร้อนมาก
นักวิทยาศาสตร์ชี้โลกร้อนเป็นสาเหตุ
เหล่านักวิทยาศาสตร์ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากฝีมือมนุษย์กำลังส่งผลให้ปรากฏการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว เช่น คลื่นความร้อน ภัยแล้ง และน้ำท่วม มีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น และทำให้มีการทุบสถิติอุณหภูมิบ่อยครั้งขึ้น สหราชอาณาจักรเพิ่งเผชิญกับปีที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์เมื่อปี 2025 ที่ผ่านมา
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว คณะที่ปรึกษาด้านสภาพภูมิอากาศได้เตือนรัฐบาลสหราชอาณาจักรว่า ประเทศนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับสภาพภูมิอากาศที่ไม่มีอยู่จริงอีกต่อไปแล้ว พร้อมเรียกร้องให้เร่งปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน เช่น โรงเรียนและโรงพยาบาล ให้สามารถรองรับโลกที่ร้อนขึ้นได้
เกณฑ์คลื่นความร้อนในสหราชอาณาจักร
สำนักงานอุตุนิยมวิทยากำหนดเกณฑ์อุณหภูมิสำหรับการประกาศสภาวะคลื่นความร้อนแตกต่างกันตามภูมิภาค โดยสกอตแลนด์ ไอร์แลนด์เหนือ และพื้นที่ทางตอนเหนือของอังกฤษ อยู่ที่ 25 องศาเซลเซียส พื้นที่อื่น ๆ ของอังกฤษและทางตะวันออกเฉียงใต้ของเวลส์ อยู่ที่ 26-27 องศาเซลเซียส ขณะที่กรุงลอนดอน พื้นที่ปริมณฑล และเคมบริดจ์เชียร์ เกณฑ์อยู่ที่ 28 องศาเซลเซียส โดยจะต้องมีอุณหภูมิสูงเกินเกณฑ์ดังกล่าวติดต่อกันอย่างน้อย 3 วัน
ล่าสุดเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา มี 8 พื้นที่ในอังกฤษที่เข้าสู่เงื่อนไขคลื่นความร้อนอย่างเป็นทางการแล้ว ได้แก่ ฮีทโธรว์ (Heathrow) ในเกรเทอร์ลอนดอน, เบนสัน (Benson) ในออกซฟอร์ดเชียร์, บรูมส์ บาร์น (Brooms Barn) ในซัฟฟอล์ก, ไฮ บีช (High Beech) ในเอสเซกซ์, คิว การ์เดนส์ (Kew Gardens) ในลอนดอน, นอร์ทโฮลต์ (Northolt) ในลอนดอน, แซนตัน ดาวน์แฮม (Santon Downham) ในซัฟฟอล์ก และริตเทิล (Writtle) ในเอสเซกซ์
คลื่นความร้อนแผ่กระจายทั่วยุโรป
วิกฤตความร้อนครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในสหราชอาณาจักรเท่านั้น แต่กระจายไปทั่วทวีปยุโรป ในรอบไม่กี่วันที่ผ่านมา สถิติความร้อนของเดือนพฤษภาคมถูกทำลายลงในหลายประเทศ เช่น สเปน ที่อุณหภูมิพุ่งสูงถึง 38 องศาเซลเซียสเมื่อวันอาทิตย์ ส่วนฝรั่งเศสและเยอรมนี อุณหภูมิไต่ระดับขึ้นไปแตะช่วงกลาง 30 องศาเซลเซียส ทำให้พื้นที่ท้องถิ่นหลายร้อยแห่งทำลายสถิติร้อนที่สุดในรอบเดือนพฤษภาคม
ภาพรวมอุณหภูมิทั่วทั้งสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ สเปน และตอนเหนือของอิตาลี ในขณะนี้ พุ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติของช่วงปลายเดือนพฤษภาคมถึง 10-15 องศาเซลเซียส และเนื่องจากคาดว่าคลื่นความร้อนที่รุนแรงอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนนี้จะลากยาวไปเกือบตลอดทั้งสัปดาห์ จึงมีความเป็นไปได้สูงมากที่จะมีสถิติความร้อนในระดับท้องถิ่นถูกทำลายลงอีก



