คิงชาร์ลส์เปิดประชุมรัฐสภาอังกฤษ ประกาศ 37 นโยบายเปลี่ยนโฉมประเทศ
คิงชาร์ลส์เปิดประชุมรัฐสภาอังกฤษ ประกาศ 37 นโยบายใหม่

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 ตามเวลาท้องถิ่น สหราชอาณาจักรได้จัดพิธีเปิดประชุมรัฐสภา (State Opening of Parliament) โดยสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ทรงแถลงวาระทางการเมืองและแผนการดำเนินงานด้านกฎหมายที่รัฐบาลเตรียมผลักดันจำนวน 37 นโยบาย ซึ่งจะเปลี่ยนโฉมหน้าของประเทศในหลายด้าน

พิธีเปิดประชุมรัฐสภาคืออะไร

พิธีเปิดประชุมรัฐสภาเป็นจุดเริ่มต้นอย่างเป็นทางการของปีรัฐสภา กำหนดวาระการดำเนินการของรัฐบาล ทั้งนโยบาย แผนงาน และกฎหมายที่ต้องการผลักดัน เป็นโอกาสเดียวที่องค์ประกอบสามส่วนของรัฐสภาอังกฤษ คือ องค์อธิปัตย์ (กษัตริย์) สภาขุนนาง (House of Lords) และสภาสามัญ (House of Commons) จะมาประชุมพร้อมกัน พิธีนี้มีประวัติย้อนไปถึงศตวรรษที่ 16 และรูปแบบปัจจุบันเริ่มใช้ตั้งแต่การเปิดพระราชวังเวสต์มินสเตอร์ที่สร้างใหม่ในปี 1852 หลังเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งใหญ่ในปี 1834

ขั้นตอนพิธี

พิธีเริ่มต้นด้วยขบวนพยุหยาตราของกษัตริย์จากพระราชวังบัคกิงแฮมไปยังรัฐสภาที่เวสต์มินสเตอร์ ผ่านทางเข้าสำหรับองค์อธิปัตย์ (Sovereign's Entrance) จากนั้นเสด็จไปยังห้องทรงเครื่องเพื่อสวมมงกุฎอิมพีเรียลสเตตและฉลองพระองค์ครุยพิธีการ กษัตริย์ทรงนำขบวนผ่านรอยัลแกลเลอรีซึ่งมีแขกผู้มีเกียรติประมาณ 600 คน เข้าสู่ห้องประชุมสภาขุนนาง

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

จากนั้น "แบล็กร็อด" (Black Rod) ตำแหน่งระดับสูงของสภาขุนนาง จะเดินไปยังห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อนำสมาชิกมาประชุม ธรรมเนียมปฏิบัติที่สืบเนื่องจากสงครามกลางเมืองคือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะปิดประตูใส่หน้าแบล็กร็อด เพื่อแสดงถึงความเป็นอิสระของสภาสามัญจากสถาบันกษัตริย์ จากนั้นแบล็กร็อดจะเคาะประตูสามครั้ง ประตูเปิดออก และสมาชิกทุกคนเดินตามไปยังห้องประชุมสภาขุนนาง ยืนอยู่ที่ "บาร์แห่งสภา" (Bar of the House) เพื่อรับฟังพระราชดำรัส

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

กษัตริย์จะทรงอ่านพระราชดำรัสที่เรียกว่า "The King's Speech" ซึ่งเนื้อหาจัดทำโดยรัฐบาล จากนั้นเสด็จกลับ สมัยประชุมสภาใหม่เริ่มต้นขึ้น สมาชิกทั้งสองสภาจะอภิปรายเนื้อหาพระราชดำรัสและลงมติเห็นชอบ "คำกราบบังคมทูลตอบรับพระราชดำรัส" โดยสภาสามัญจะมีการลงมติรับรอง ส่วนสภาขุนนางมักไม่มีการลงมติ

37 นโยบายสำคัญ

พระราชดำรัสเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม ระบุรายละเอียดร่างกฎหมาย 37 ฉบับที่คณะรัฐมนตรีต้องการผลักดัน รวมถึง 8 ฉบับที่เคยนำเสนอไปแล้ว สรุปสาระสำคัญดังนี้

ด้านเศรษฐกิจและธุรกิจ

  • ร่างกฎหมายอุตสาหกรรมเหล็ก (การโอนเป็นของรัฐ): ให้อำนาจรัฐมนตรีโอนกิจการ British Steel มาเป็นของรัฐ โดยต้องผ่านการทดสอบผลประโยชน์สาธารณะ
  • ร่างกฎหมายหุ้นส่วนยุโรป: รวมอำนาจเร่งรัดกระบวนการออกกฎหมายสำหรับข้อตกลงใหม่กับสหภาพยุโรป
  • ร่างกฎหมายระเบียบข้อบังคับเพื่อการเติบโต: อนุญาตโครงการนำร่องส่งเสริมนวัตกรรม เช่น เทคโนโลยีป้องกันประเทศ เรือควบคุมด้วย AI
  • ร่างกฎหมายปฏิรูปการแข่งขัน: เร่งการตรวจสอบโดยหน่วยงานกำกับดูแลการแข่งขัน
  • ร่างกฎหมายยกระดับบริการทางการเงิน: ลดกฎระเบียบในภาคบริการทางการเงิน
  • ร่างกฎหมายคุ้มครองธุรกิจขนาดเล็ก (การจ่ายเงินล่าช้า): เพิ่มดอกเบี้ยค่าปรับสำหรับบริษัทที่ค้างชำระแก่ซัพพลายเออร์

ด้านที่อยู่อาศัย

  • ร่างกฎหมายปฏิรูปสิทธิการถือครองอสังหาริมทรัพย์: ห้ามระบบเช่าซื้อระยะยาว (Leasehold) สำหรับแฟลตสร้างใหม่ในอังกฤษและเวลส์ จำกัดค่าเช่าที่ดินไม่เกิน 250 ปอนด์ต่อปี
  • ร่างกฎหมายฟื้นฟูที่อยู่อาศัยเพื่อสังคม: ยกเว้นบ้านสงเคราะห์ที่สร้างใหม่จากการใช้สิทธิซื้อเป็นเวลา 35 ปี เพิ่มการคุ้มครองผู้เช่าที่เป็นเหยื่อความรุนแรงในครอบครัว
  • ร่างกฎหมายการเยียวยา: บังคับให้ผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างร่วมจ่ายค่ารื้อถอนวัสดุหุ้มอาคารที่ไม่ปลอดภัย

ด้านคมนาคม

  • ร่างกฎหมายรถไฟและสิทธิประโยชน์ผู้โดยสาร: มอบอำนาจพิเศษให้หน่วยงานตรวจสอบสิทธิผู้โดยสาร รวมเว็บไซต์ผู้ให้บริการ 14 แห่ง
  • ร่างกฎหมายแท็กซี่และรถเช่าส่วนบุคคล: จัดทำฐานข้อมูลระดับชาติสำหรับแท็กซี่และรถเช่าที่ได้รับอนุญาต
  • ร่างกฎหมายการเงินทางหลวง: นำรูปแบบการระดมทุนจากโครงการนิวเคลียร์มาใช้กับถนนสายใหม่
  • ร่างกฎหมายรถไฟสายเหนือ (Northern Powerhouse Rail): ระบุเส้นทางรถไฟใหม่จากแมนเชสเตอร์ถึงมิลลิงตันผ่านสนามบินแมนเชสเตอร์
  • ร่างกฎหมายการบินพลเรือน: สร้างอำนาจใหม่ในการบริหารเวลาขึ้นลงของเครื่องบิน

ด้านตำรวจและอาชญากรรม

  • ร่างกฎหมายปฏิรูปตำรวจ: จัดตั้งกองกำลังตำรวจขนาดใหญ่ขึ้นในอังกฤษและเวลส์ และกองกำลังระดับชาติสอบสวนอาชญากรรมร้ายแรงที่สุด
  • ร่างกฎหมายปรับปรุงศาลให้ทันสมัย: ลดการใช้ระบบคณะลูกขุนในอังกฤษและเวลส์

ด้านตรวจคนเข้าเมือง

  • ร่างกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองและลี้ภัย: ทำให้การเพิกถอนสถานะผู้ลี้ภัยง่ายขึ้น จำกัดการสนับสนุนจากภาษีแก่ผู้ขอลี้ภัย

ด้านสาธารณสุข

  • ร่างกฎหมายปฏิรูป NHS: ยุบหน่วยงานอิสระที่บริหาร NHS England เปิดทางให้ดูประวัติผู้ป่วยผ่านแอป NHS
  • ร่างกฎหมายว่าด้วยการบำบัดเปลี่ยนเพศวิถี: ห้ามวิธีการที่มุ่งเปลี่ยนรสนิยมทางเพศหรืออัตลักษณ์ทางเพศ

ด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม

  • ร่างกฎหมายความเป็นอิสระทางพลังงาน: กำหนดเกณฑ์ประสิทธิภาพพลังงานใหม่สำหรับบ้านเช่า สนับสนุนค่าไฟครัวเรือนรายได้น้อย
  • ร่างกฎหมายภาษีผู้ผลิตไฟฟ้า: เพิ่มอัตราภาษีจากกำไรส่วนเกินของผู้ผลิตไฟฟ้า
  • ร่างกฎหมายน้ำสะอาด: ยุบรวมหน่วยงานกำกับดูแลเพื่อยุติปัญหาการกำกับดูแลที่แยกส่วนในอุตสาหกรรมน้ำ

ด้านความมั่นคง

  • ร่างกฎหมายรับมือภัยคุกคามจากรัฐ: ให้อำนาจสั่งแบนกลุ่มที่เชื่อมโยงกับรัฐต่างชาติ เช่น กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน
  • ร่างกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติฉบับใหม่: ทำให้การแชร์เนื้อหาที่ยกย่อง ลดทอน หรือทำให้ความรุนแรงดูยอมรับได้เป็นความผิดทางอาญา สืบเนื่องจากเหตุแทงหมู่ที่เซาท์พอร์ต

ด้านดิจิทัลและเทคโนโลยี

  • ร่างกฎหมายการเข้าถึงบริการทางดิจิทัล: เพิ่มอำนาจจัดทำระบบ ID ดิจิทัลแบบสมัครใจเพื่อเข้าถึงบริการภาครัฐ
  • ร่างกฎหมายความมั่นคงไซเบอร์และความยืดหยุ่น: กำหนดให้ศูนย์ข้อมูลอยู่ภายใต้ระเบียบการรายงานความมั่นคงไซเบอร์

ด้านการกำกับดูแลและธรรมาภิบาล

  • ร่างกฎหมายตัวแทนปวงชน: จำกัดเงินบริจาคทางการเมืองจากต่างชาติ ลดอายุผู้มีสิทธิเลือกตั้งเหลือ 16 ปี
  • ร่างกฎหมายการถอดถอนฐานันดรศักดิ์: อำนาจใหม่ในการถอดถอนบรรดาศักดิ์ของสมาชิกสภาขุนนาง

ด้านอื่นๆ

  • ร่างกฎหมายการศึกษาเพื่อทุกคน: ปฏิรูประบบจัดสรรความช่วยเหลือสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ
  • ร่างกฎหมายสั่งห้ามกว้านซื้อตั๋ว: จำกัดค่าบริการ ห้ามขายตั๋วต่อเกินราคาหน้าตั๋ว
  • ร่างกฎหมายเก็บค่าธรรมเนียมผู้มาเยือนค้างคืน: ให้อำนาจนายกเทศมนตรีท้องถิ่นเรียกเก็บภาษีนักท่องเที่ยว

นโยบายที่ไม่ปรากฏในพระราชดำรัส

กฎหมายการส่งมอบอธิปไตยหมู่เกาะชาโกสให้มอริเชียสถูกระงับหลังถูกคัดค้านจากโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่มีการระบุถึงการปฏิรูปสวัสดิการสังคมหรือร่างกฎหมายการุณยฆาต

ที่มา: BBC, parliament.uk, BritishEmbassyBangkok