วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน เตรียมเปิดการหารือทวิภาคีวันที่สองและวันสุดท้ายในกรุงปักกิ่ง โดยคาดว่าผู้นำทั้งสองจะย้ำความจำเป็นในการรักษาความสัมพันธ์ระหว่างสองมหาอำนาจให้อยู่ในเสถียรภาพ ท่ามกลางความตึงเครียดด้านการค้า เทคโนโลยี และความมั่นคง
การหารือที่จงหนานไห่
สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า ทรัมป์และสี จิ้นผิง มีกำหนดร่วมดื่มชาและรับประทานอาหารกลางวันที่ "จงหนานไห่" ศูนย์กลางที่ทำการและที่พักของผู้นำระดับสูงพรรคคอมมิวนิสต์จีน ซึ่งตั้งอยู่ใกล้พระราชวังต้องห้าม และถือเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ หลังนายริชาร์ด นิกสัน อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ เคยพบกับเหมา เจ๋อตุง อดีตผู้นำจีน ที่นั่นเมื่อปี 2515 เพื่อปูทางฟื้นความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ
ประเด็นสำคัญในการเจรจา
ก่อนหน้านี้ ผู้นำทั้งสองใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมงหารือกันที่มหาศาลาประชาชนเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการเยือนจีนวันแรก โดยครอบคลุมประเด็นละเอียดอ่อนหลายด้าน ทั้งการค้าทวิภาคี สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน รวมถึงปัญหาไต้หวัน ซึ่งจีนถือเป็นส่วนหนึ่งของดินแดน
ระหว่างการประชุม สี จิ้นผิง เตือนว่า หากปัญหาไต้หวันไม่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม อาจนำไปสู่การปะทะ หรือแม้แต่ความขัดแย้งระหว่างจีนกับสหรัฐฯ แต่ขณะเดียวกันก็ย้ำว่า ทั้งสองประเทศควรเป็นหุ้นส่วนกันมากกว่าคู่แข่ง
กำหนดการเดินทางกลับ
ด้านทรัมป์มีกำหนดเสร็จสิ้นภารกิจเยือนจีน 3 วันในช่วงบ่ายวันศุกร์ ก่อนเดินทางกลับสหรัฐฯ โดยคณะผู้แทนสหรัฐฯ ที่ร่วมเดินทางครั้งนี้ประกอบด้วยบุคคลสำคัญหลายคน เช่น มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ, สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ และ พีต เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ
นักธุรกิจร่วมคณะ
นอกจากนี้ ยังมีนักธุรกิจระดับโลกเดินทางร่วมคณะ อาทิ อีลอน มัสก์ ซีอีโอของเทสลาและสเปซเอ็กซ์, เจนเซน หวง จากเอ็นวิเดีย, ทิม คุก จากแอปเปิล รวมถึงผู้บริหารจากโบอิ้ง, ไมครอน เทคโนโลยี และโกลด์แมน แซคส์
คำเชิญเยือนทำเนียบขาว
รายงานยังระบุว่า ระหว่างการพบกันเมื่อวันพฤหัสบดี ทรัมป์ได้เชิญสี จิ้นผิง และสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง เผิง ลี่หยวน เยือนทำเนียบขาวในกรุงวอชิงตัน วันที่ 24 กันยายนนี้ด้วย



