นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอล เดินทางเยือนสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นทางการในวันนี้ (4 ก.พ.) เพื่อพบปะกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. โดยการเยือนครั้งนี้มีวาระสำคัญคือการฟื้นฟูข้อตกลงหยุดยิงในฉนวนกาซาและการเจรจาเรื่องตัวประกันที่ยังคงถูกคุมขังอยู่
เป้าหมายหลักของการเยือน
การพบปะระหว่างผู้นำทั้งสองมีขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังคงดำเนินต่อเนื่อง เนทันยาฮูต้องการหารือถึงแนวทางในการยุติความขัดแย้งในกาซา ซึ่งคร่าชีวิตพลเรือนไปแล้วกว่า 30,000 รายนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้นในเดือนตุลาคม 2566 ข้อตกลงหยุดยิงที่เคยมีอยู่ก่อนหน้านี้ถูกทำลายลงเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว หลังการโจมตีของกลุ่มฮามาส
ประเด็นตัวประกันและความมั่นคง
นอกจากการหยุดยิงแล้ว เนทันยาฮูยังเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปล่อยตัวประกันชาวอิสราเอลที่ยังคงถูกควบคุมตัวโดยกลุ่มฮามาส โดยมีรายงานว่ายังมีตัวประกันอย่างน้อย 100 คนที่ยังมีชีวิตอยู่ การเจรจาครั้งนี้คาดว่าจะครอบคลุมถึงมาตรการกดดันทางเศรษฐกิจและการทูตต่อกลุ่มฮามาส
ท่าทีของทรัมป์
ประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งเคยสนับสนุนอิสราเอลอย่างแข็งขันในสมัยแรก แสดงความพร้อมที่จะเป็นตัวกลางในการเจรจา ทรัมป์กล่าวก่อนการประชุมว่า "เราจะทำงานร่วมกันเพื่อสันติภาพในภูมิภาค" อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าความสำเร็จของการเจรจาอาจขึ้นอยู่กับการยอมรับของทั้งสองฝ่ายต่อเงื่อนไขใหม่
บริบทภูมิรัฐศาสตร์
การเยือนครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่สหรัฐฯ กำลังปรับนโยบายต่างประเทศใหม่ โดยเฉพาะในตะวันออกกลาง ทรัมป์มีแผนที่จะลดบทบาททางทหารของสหรัฐฯ ในภูมิภาค แต่ยังคงรักษาความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับอิสราเอล ด้านเนทันยาฮูเผชิญแรงกดดันภายในประเทศจากกลุ่มที่เรียกร้องให้ยุติสงครามโดยเร็ว
การประชุมระหว่างเนทันยาฮูและทรัมป์มีกำหนดใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง หลังจากนั้นจะมีการแถลงข่าวร่วมกัน ผลลัพธ์ของการเจรจาครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพในตะวันออกกลางและความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับอิสราเอลในระยะยาว



