อาการร้อนในที่เกิดเป็นแผลเล็กๆ ในช่องปากสร้างความเจ็บปวดระดับสิบ ทั้งการกิน การกลืน หรือการพูดก็ทรมาน ทางการแพทย์และโภชนาการระบุชัดเจนว่าพฤติกรรมการกินเป็นปัจจัยสำคัญที่ชี้วัดว่าแผลจะหายในไม่กี่วันหรือลุกลามจนอักเสบเรื้อรัง หากกำลังต่อสู้กับแผลร้อนใน ควรหลีกเลี่ยงกลุ่มอาหารเหล่านี้อย่างเด็ดขาด
5 กลุ่มอาหารต้องห้ามสำหรับคนเป็นร้อนใน
1. อาหารรสเผ็ดจัด
พริก เครื่องแกง หรืออาหารรสเผ็ดร้อนอุดมไปด้วยสารแคปไซซินและกรดที่เข้าไปทำให้เนื้อเยื่อบริเวณแผลระคายเคืองอย่างรุนแรง ยิ่งกินยิ่งแสบ และทำให้เส้นเลือดฝอยขยายตัวจนแผลอักเสบหนักกว่าเดิม
2. ผลไม้รสเปรี้ยวและอาหารที่มีกรดสูง
ส้ม มะนาว สับปะรด มะเขือเทศ หรือน้ำอัดลม มีความเป็นกรดสูง เมื่อสัมผัสกับแผลร้อนในจะทำให้เกิดอาการแสบร้อนจัด คล้ายกับการเอาน้ำส้มสายชูราดบนแผลสด ขัดขวางกระบวนการสมานแผลตามธรรมชาติ
3. ของทอด ของย่าง และขนมกรุบกรอบ
ไก่ทอด หมูกรอบ หรือขนมขบเคี้ยวที่มีความแข็งและขอบคม อาหารกลุ่มนี้จะเสียดสีและขูดขีดเนื้อเยื่อในช่องปาก ทำให้แผลร้อนในฉีกขาด กว้างขึ้น และเสี่ยงต่อการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อน
4. อาหารและเครื่องดื่มที่ร้อนจัด
ชา กาแฟ หรือน้ำซุปที่เพิ่งเดือดจัดๆ อุณหภูมิสูงจะลวกเนื้อเยื่อที่กำลังอักเสบ ทำให้เซลล์บาดเจ็บซ้ำรอยเดิม แนะนำให้รอให้อาหารเย็นลงจนอุ่นๆ หรืออุณหภูมิห้องก่อนรับประทาน
5. อาหารรสหวานจัด
ของหวาน น้ำหวาน หรือเบเกอรีที่มีน้ำตาลสูง น้ำตาลเป็นแหล่งอาหารชั้นดีของแบคทีเรียในช่องปาก การกินของหวานจัดทำให้แบคทีเรียเจริญเติบโตได้ดี ส่งผลให้แผลร้อนในหายช้าลงและเพิ่มความเสี่ยงในการอักเสบ
ร้อนในควรกินอะไรถึงจะหายไว
ดื่มน้ำเปล่าให้มากๆ ช่วยรักษาความชุ่มชื้นในช่องปากและลดอุณหภูมิความร้อนในร่างกาย เน้นอาหารอ่อน รสจืด เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก แกงจืด ซุปใส เพื่อลดการเคี้ยวและการเสียดสี ผลไม้ฤทธิ์เย็น เช่น แตงโม แคนตาลูป แก้วมังกร ช่วยดับกระหายและเพิ่มความสดชื่นโดยไม่ระคายเคืองแผล โดยปกติแล้วแผลร้อนในมักจะค่อยๆ ดีขึ้นและหายไปเองภายใน 1-2 สัปดาห์ หากปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินให้เหมาะสม



