ศาลรัฐธรรมนูญเกาหลีใต้มีมติเอกฉันท์ 8 ต่อ 0 เสียง ถอดถอนประธานาธิบดียุน ซอกยอล ออกจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2568 หลังจากที่เขาประกาศกฎอัยการศึกเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2567 ซึ่งเป็นการกระทำที่ศาลวินิจฉัยว่าละเมิดรัฐธรรมนูญและกฎหมายอย่างร้ายแรง คำตัดสินนี้ส่งผลให้ยุนพ้นจากตำแหน่งทันที และเกาหลีใต้ต้องจัดการเลือกตั้งประธานาธิบดีใหม่ภายใน 60 วัน
การประกาศกฎอัยการศึกที่นำไปสู่การถอดถอน
เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2567 ยุน ซอกยอล ประกาศกฎอัยการศึกโดยอ้างว่าต้องการปกป้องประเทศจากกองกำลังที่สนับสนุนเกาหลีเหนือและต่อต้านรัฐ แต่การประกาศดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากฝ่ายค้านและประชาชน เนื่องจากไม่มีการยื่นขออนุมัติจากรัฐสภาตามขั้นตอนรัฐธรรมนูญ ต่อมาเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2567 สภานิติบัญญัติแห่งชาติลงมติถอดถอนยุนด้วยคะแนน 204 ต่อ 85 เสียง และส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาด
การวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
ศาลรัฐธรรมนูญใช้เวลาพิจารณานานถึง 111 วัน ก่อนมีคำตัดสินเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2568 โดยประธานศาลรัฐธรรมนูญ มุน ฮยองแบ อ่านคำวินิจฉัยว่า การประกาศกฎอัยการศึกของยุนเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและขัดต่อรัฐธรรมนูญ เนื่องจากยุนไม่ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ และการใช้กำลังทหารเพื่อปิดกั้นรัฐสภาเป็นการละเมิดอำนาจอธิปไตยของประชาชน คำตัดสินนี้มีผลทันที ทำให้ยุนพ้นจากตำแหน่งประธานาธิบดี
ปฏิกิริยาจากฝ่ายต่างๆ
นายกรัฐมนตรีฮัน ด็อกซู ซึ่งทำหน้าที่รักษาการประธานาธิบดี กล่าวยอมรับคำตัดสินของศาลและย้ำว่ารัฐบาลจะทำงานเพื่อให้การเปลี่ยนผ่านเป็นไปอย่างราบรื่น ด้านพรรคพลังประชาชนของยุนออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจต่อคำตัดสิน แต่ยืนยันว่าจะเคารพการตัดสินของศาล ขณะที่พรรคประชาธิปไตยฝ่ายค้านออกมาแสดงความยินดี โดยโฆษกพรรคกล่าวว่า "คำตัดสินนี้เป็นการยืนยันว่าไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย และเป็นการปกป้องประชาธิปไตยของเรา"
ผลกระทบต่อการเมืองเกาหลีใต้
การถอดถอนยุนครั้งนี้นับเป็นครั้งที่สองในประวัติศาสตร์เกาหลีใต้ ต่อจากประธานาธิบดีพัก กึนฮเยในปี 2560 การเลือกตั้งใหม่จะต้องจัดขึ้นภายใน 60 วัน ซึ่งคาดว่าประเทศจะเข้าสู่ภาวะการรณรงค์หาเสียงอย่างเข้มข้น ผลสำรวจความคิดเห็นล่าสุดจาก Gallup Korea เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ชี้ว่า พรรคประชาธิปไตยได้รับคะแนนนิยม 42% ขณะที่พรรคพลังประชาชนได้ 31% ทำให้พรรคฝ่ายค้านมีโอกาสสูงที่จะชนะการเลือกตั้ง



