โดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ปี 2024 กลับมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 2 หลังจากเอาชนะคามาลา แฮร์ริส ผู้สมัครจากพรรคเดโมแครต โดยทรัมป์คว้าชัยในรัฐสมรภูมิสำคัญอย่างเพนซิลเวเนีย นอร์ทแคโรไลนา และจอร์เจีย ส่งผลให้เขามีคะแนนเสียงคณะผู้เลือกตั้งเกิน 270 เสียงตามที่กฎหมายกำหนด
ชัยชนะในรัฐสมรภูมิ
ทรัมป์ได้รับชัยชนะในรัฐเพนซิลเวเนียซึ่งมีคะแนนเสียงคณะผู้เลือกตั้ง 19 เสียง ตามด้วยนอร์ทแคโรไลนา 16 เสียง และจอร์เจีย 16 เสียง ทำให้คะแนนรวมของเขาพุ่งสูงถึง 276 เสียง ขณะที่แฮร์ริสได้ 219 เสียง การเลือกตั้งครั้งนี้มีผู้มาใช้สิทธิ์สูงถึงร้อยละ 67 ซึ่งสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 1900
ปฏิกิริยาจากทั่วโลก
ผู้นำจากหลายประเทศแสดงความยินดีกับทรัมป์ รวมถึงนายกรัฐมนตรีอังกฤษ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น และประธานาธิบดีฝรั่งเศส ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวขึ้นทันที โดยดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้นกว่า 500 จุด เนื่องจากนักลงทุนคาดหวังนโยบายลดภาษีและผ่อนคลายกฎระเบียบ
นโยบายสำคัญของทรัมป์
ทรัมป์ประกาศนโยบายเร่งด่วน 5 ข้อในการปราศรัยชัยชนะ ได้แก่ การลดภาษีนิติบุคคลเหลือร้อยละ 15 การเพิ่มกำแพงภาษีสินค้านำเข้าจากจีนเป็นร้อยละ 60 การส่งกลับผู้อพยพผิดกฎหมายกว่า 11 ล้านคน การเพิ่มการผลิตพลังงานในประเทศ และการยุติสงครามในยูเครนภายใน 24 ชั่วโมง
ด้านนักวิเคราะห์มองว่าชัยชนะครั้งนี้สะท้อนความไม่พอใจของชนชั้นแรงงานต่อนโยบายของไบเดน โดยเฉพาะปัญหาเงินเฟ้อและค่าครองชีพที่สูงขึ้น ทรัมป์ได้รับคะแนนเสียงจากผู้มีรายได้น้อยและชนชั้นกลางเพิ่มขึ้นร้อยละ 8 เมื่อเทียบกับการเลือกตั้งปี 2020
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก
ธนาคารกลางสหรัฐมีแนวโน้มชะลอการลดดอกเบี้ย เนื่องจากนโยบายของทรัมป์อาจกระตุ้นเงินเฟ้อ ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นร้อยละ 2 ทันทีหลังผลการเลือกตั้ง เศรษฐกิจจีนและยุโรปอาจได้รับผลกระทบจากนโยบายกีดกันทางการค้า โดยเฉพาะการขึ้นภาษีนำเข้า



