รัฐบาลสหรัฐอเมริกาเตรียมเปิดการสอบสวนอย่างเป็นทางการต่อจีนในข้อหาช่วยเหลือรัสเซียหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรที่สหรัฐฯ และชาติพันธมิตรกำหนดไว้ จากการเปิดเผยของแหล่งข่าวระดับสูงภายในทำเนียบขาวเมื่อวันพุธที่ผ่านมา การสอบสวนนี้มีเป้าหมายเพื่อตรวจสอบว่าจีนได้ส่งชิป เทคโนโลยี และอุปกรณ์ที่ใช้ในการทหารให้กับรัสเซียหรือไม่ ซึ่งอาจละเมิดมาตรการคว่ำบาตรระหว่างประเทศที่บังคับใช้ตั้งแต่รัสเซียรุกรานยูเครนในปี 2565
รายละเอียดการสอบสวน
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่าการสอบสวนจะดำเนินการโดยกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงการคลัง โดยจะมุ่งเน้นไปที่บริษัทจีนที่ถูกกล่าวหาว่าส่งสินค้าที่ถูกควบคุม เช่น ชิปขั้นสูง อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องจักรกลที่ใช้ในการผลิตอาวุธ ให้กับรัสเซียผ่านช่องทางที่ซับซ้อน แหล่งข่าวกล่าวว่ามีหลักฐานจำนวนมากที่บ่งชี้ว่าจีนเป็นช่องทางสำคัญในการส่งสินค้าที่ถูกคว่ำบาตรให้กับรัสเซีย ซึ่งรวมถึงสินค้าที่สามารถนำไปใช้ในระบบอาวุธและอุปกรณ์ทางการทหาร
ปฏิกิริยาจากจีนและรัสเซีย
ทางการจีนปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยโฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนกล่าวว่า "จีนปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศและข้อมติของสหประชาชาติอย่างเคร่งครัด ไม่เคยส่งอาวุธหรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องให้กับฝ่ายใดในความขัดแย้งในยูเครน" ขณะที่รัสเซียออกมาประณามการสอบสวนของสหรัฐฯ ว่าเป็น "การแทรกแซงกิจการภายใน" และ "ความพยายามที่จะกดดันจีน"
ผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
การสอบสวนครั้งนี้มีแนวโน้มที่จะเพิ่มความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และจีน ซึ่งกำลังเผชิญกับประเด็นขัดแย้งหลายด้าน เช่น การค้า สิทธิมนุษยชน และนโยบายในทะเลจีนใต้ ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมองว่าการสอบสวนนี้อาจนำไปสู่มาตรการตอบโต้ทางเศรษฐกิจจากจีน และอาจส่งผลกระทบต่อความร่วมมือในประเด็นสำคัญอื่นๆ เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการต่อต้านการก่อการร้าย
ข้อมูลทางสถิติ
จากข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ พบว่าในปี 2566 การส่งออกสินค้าที่ถูกควบคุมจากจีนไปยังรัสเซียเพิ่มขึ้นถึง 70% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยสินค้าที่เพิ่มขึ้นมากที่สุดคือชิปและเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งเพิ่มขึ้น 150% เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ กล่าวว่า "ตัวเลขเหล่านี้เป็นหลักฐานชัดเจนว่าจีนกำลังช่วยรัสเซียหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร"



